เก็บมาเล่า

เรื่องราวจากผู้บริหารของพีดีเฮ้าส์ ที่ได้หยิบยกนำเหตุการณ์ และเรื่องราวต่างๆ ที่มีโอกาสได้ไปพบปะมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อคิดเห็นคำแนะนำ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน

03 มิ.ย.2560

พฤษภาคม 2560

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / เก็บมาเล่า

Google Plus
    
 
          เพิ่งจะผ่านเดือนเมษายนเดือนที่ร้อนที่สุดของปีเพียงไม่กี่วัน ฝนฟ้าก็เทกระหน่ำลงมาชุ่มฉ่ำๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ หลายๆ พื้นที่เจอสภาพน้ำขังรอการระบาย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ อาการหนักพอสมควร ด้านผู้บริหารกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่า กอ ทอ มอ ออกมาชี้แจงแถลงไข สาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมขังเป็นเพราะ 1.ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาหนักมาก และ 2.ท่อระบายน้ำมีขยะอุดตันทำให้ระบายน้ำฝนได้ช้ามาก (ฟ้องด้วยภาพ) ผลของน้ำท่วมขังทำเอาการจราจรทั่วกรุงเทพฯ แทบเป็นอัมพาต กระทบไปถึงสายการบินที่ต้องดีเลย์ ไม่เช่นนั้นผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้คงตกเครื่องกันหมด ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นแทบไม่น่าเชื่อว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น (เทศบาล อบต.) เพิ่งจะมีคำสั่งให้ชาวนาในจังหวัดภาคกลาง ห้ามทำการสูบน้ำจากแม่น้ำเอาไปใช้ดำนา แปลความก็คือขอให้ยุติการทำนาปีละ 2 ครั้ง ใครฝ่าฝืนโดน! (อุ๊บ) เหตุผลที่ยกมาอ้างคือ เกรงว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำที่จะไหลลงสู่จังหวัดตอนล่างเหลือน้อย อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา และอาจมีปัญหาน้ำทะเลหนุน
 
          ที่เขียนมา ไม่ใช่เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาโจมตีรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ แต่ผู้เขียนมีโอกาสได้สัมผัสเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเอง เมื่อวันเดินทางไปพักผ่อนบ้านของพรรคพวกกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้ยินได้ฟังเสียงบ่น เสียงโต้เถียง และเสียงเจรจาต่อรองระหว่างกัน ผู้เขียนบอกตรงๆ นะครับ รู้สึกหดหู่ใจกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ชาวนาที่เราเคยเปรียบเทียบกันไว้ว่าคือ กระดูกสันหลังของประเทศ กำลังเดือดร้อนและพิกลพิการ จากปัจจัยการผลิตที่มีปัญหา ราคาผลผลิตที่ถูกกดราคาจากพ่อค้านายทุน (เก่า) เมื่อกระดูกสันหลังของประเทศพิกลพิการ เราอาจลองเปรียบกับเศรษฐกิจของประเทศ ณ ขณะนี้ว่า..เดือดร้อนและพิกลพิการคล้ายๆ กันหรือไม่ (เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะกลายเป็นบทความการเมืองไปซะฉิบ)   
 
          นับวันธรรมชาติก็ยิ่งลงโทษมนุษย์หนักขึ้นเรื่อยๆ น้ำแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เกิดบ่อยขึ้นๆ และหากมนุษย์ยังไม่หยุดทำลายธรรมชาติ การดำรงชีวิตก็คงลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะคนไทยและประเทศไทยที่ยังมีการใช้ทรัพยากรไม้กันอย่างฟุ่มเฟือย ทำให้ป่าไม้ถูกลักลอบตัดโค่นและทำลายมาโดยตลอด คนไทยจำนวนไม่น้อยคิดเหมือนกันว่า “เราไม่ทำ คนอื่นก็ทำ” เศรษฐีคนมีเงินมีค่านิยมผิดๆ ที่เหมือนกันคือ วัสดุตกแต่งบ้านที่เป็นไม้ ต้องใช้ไม้ขนาดใหญ่ หรือเป็นไม้ป่าธรรมชาติ เพื่อบ่งบอกถึงความหรูหราและความมีฐานะของตัวเอง แล้วเหล่าบรรดาผู้ประกอบการรับสร้างบ้านจำนวนหนึ่ง ก็เห็นดีเห็นงาม เพียรพยายามไปหามาประเคนตามความต้องการของเศรษฐีเหล่านี้ โดยไม่สนว่าไม้หายากท่อนใหญ่ๆ ชิ้นใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ประดู่ ฯลฯ ที่ได้มานั้นจะมาจากแหล่งใด (ป่าใด)
 
          ผู้เขียน ฝันว่าเร็วๆ นี้ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำจะร่วมมือกัน หันมาใช้ทรัพยากรไม้อย่างประหยัดและรู้คุณค่า จะทำความเข้าใจและสร้างทัศนคติใหม่ให้กับผู้กำลังคิดจะสร้างบ้านหลังใหม่ (ลูกค้า) เพื่อมีส่วนร่วมในการไม่ทำร้ายธรรมชาติ และเพื่อธรรมชาติจะได้ไม่ทำร้ายเราเช่นกัน...ฝันครับฝัน
 
 
นายสิทธิพร สุวรรณสุต
ซีอีโอ พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล