ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

06 ธ.ค.2560

ทำเลชานเมืองบูมรับรถไฟฟ้า

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus
 
           กูรูอสังหาฯ ชี้ทำเลชานเมืองอนาคตสดใสรับรถไฟฟ้า ลุ้นผังเมืองใหม่เปิดพื้นที่พัฒนา ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยวถูกลง

           นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ด้วยราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% และเริ่มหายาก ทำให้การพัฒนาโครงการแนวราบทำได้ยาก นอกจากนี้การขยายตัว ของโครงการรถไฟฟ้าไปยังชานเมืองทำให้ผู้ประกอบการมีการขยายการลงทุนไปในพื้นที่ใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งจะทำให้พื้นที่สุขสวัสดิ์ ราษฎร์บูรณะ มีการพัฒนาอย่างมากในช่วง 10 ปีจากนี้ อีกเส้นคือรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี แม้จะมีชุมชนและบ้านจัดสรรอยู่มาก แต่จะเกิดการพัฒนาแนวสูงบริเวณสถานีรถไฟฟ้ามากขึ้น

           ขณะที่กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างดำเนินโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งได้มีการเสนอแนวทางในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่สีส้ม (ย.5-ย.7) โดยกำหนดขนาดต่ำสุดของแปลงที่ดินใหม่ เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น หากมีผลบังคับใช้จริงจะส่งผลให้บ้านแฝดหายไปจากตลาด และประชาชนสามารถซื้อบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ชานเมืองในราคาที่ 5 ล้านบาทได้ จากปัจจุบันราคาอาจเริ่มต้นที่ 7-8 ล้านบาท

           สำหรับทำเลชานเมืองที่น่าจับตามองเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่แนวราบ เช่น รามอินทรา บางนา พระราม 2บางขุนเทียน เป็นต้น ส่วนคอนโดมิเนียมยังเป็นทำเลชั้นในซึ่งตลาดยังเป็นกลุ่มบน อย่างไรก็ดี ต้องติดตามสถานการณ์ตอนโอนกรรมสิทธิ์อีกครั้ง แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อตลาดโดยรวม เพราะเมื่อโครงการสร้างเสร็จราคาขายจะมากกว่าตอน พรีเซลซึ่งกลุ่มนักลงทุนจะทยอยขาย

           นายสุรเชษฐ กล่าวอีกว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ถึงสิ้นปี 2560 คาดว่า ตลาดคอนโดจะเปิดตัวมากสุดในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 5.6 หมื่นหน่วย และปี 2561 จะมีการเปิดตัวใหม่ใกล้เคียงกับปีนี้ ขณะที่โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในปีนี้จะเปิดราว 2 หมื่นหน่วย ถือว่าตลาดคงที่และคาดว่าปีหน้าจะใกล้เคียงกับปีนี้เช่นกัน

           "แนวโน้มของซัพพลายในปีหน้าจะใกล้เคียงกับปีนี้ แต่กำลังซื้อจะดีกว่า เนื่องจากประชาชนมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจโดยรวมมากขึ้น คาดว่าตลาดโดยรวมจะเติบโตได้ราว 5-10%" นายสุรเชษฐ กล่าว
 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
(วันที่ 6 ธันวาคม 2560)