ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

05 ม.ค.2561

ครม.อนุมัติบ้านคนไทยประชารัฐ ธอส.-ออมสินกันสินเชื่อ 4 พันล้าน บัตรคนจนมีสิทธิ์ผ่อนยาว 30 ปี

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus

            นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบดำเนินโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ บนที่ดินราชพัสดุ ระยะที่ 2 กรอบวงเงินสินเชื่อ 4,000 ล้านบาท จากธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และสำนักงานประกันสังคม จะร่วมลงทุนกับกระทรวงการคลัง ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการในที่ดินราชพัสดุ 8 แปลง เนื้อที่จำนวน 317 ไร่ 2 งาน 49.9 ตารางวา มีทั้งหมด 2,757 ยูนิต ประกอบด้วย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 186 ยูนิต, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 139 ยูนิต, อ.เมือง จ.อุดรธานี 264 ยูนิต, อ.เมือง จ.นครพนม 322 ยูนิต, อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 618 ยูนิต, อ.เมือง จ.เชียงราย 352 ยูนิต, อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 584 ยูนิต และ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 292 ยูนิต


            สำหรับกลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 3 ระดับ โดยให้พิจารณากลุ่มแรกก่อน คือ ประชาชนที่อยู่ในทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หากโครงการยังเหลืออยู่ ให้พิจารณากลุ่มที่ 2 คือ ประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาท ต่อคน ต่อเดือน และกลุ่มสุดท้าย คือประชาชนทั่วไป ซึ่งกลุ่มประชาชนทั่วไปทางธนาคารจะไม่ให้การสนับสนุนดอกเบี้ย สำหรับประเภทที่อยู่อาศัยมี 3 แบบ คือบ้านแฝด บ้านแถว และอาคารที่พักอาศัย มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร ราคาจะอยู่ที่ 350,000-700,000 บาทต่อยูนิต


            ส่วนสินเชื่อจะมี 2 รูปแบบ คือ สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่ร่วมพัฒนาโครงการ หรือเอกชนที่รับสร้างบ้านดอก เบี้ยปีที่ 1-3 คิดอัตรา 3% ต่อปี ปีที่ 4-5 คิดในอัตราเอ็มแอลอาร์ลบ 1 และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นสินเชื่อที่ปล่อยให้ประชาชนปีที่ 1-4 คิดอัตราดอกเบี้ย 2.75% ต่อปี และปีที่ 5-30 สำหรับรายย่อยคิดในอัตราเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.75% ส่วนกรณีหักจากเงินเดือน คิดในอัตราเอ็มอาร์อาร์ลบ 1 โดยจะเป็นโครงการผ่อนชำระสู่การเช่าระยะยาว กรรมสิทธิ์จะเป็นของผู้ได้รับสิทธิ์ที่อยู่อาศัยระยะเวลา 30 ปี และผู้ได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการ หลังจากหมดสัญญาเช่าแล้วขึ้นอยู่ว่าจะได้รับการต่อสัญญาหรือไม่ โดยไม่สามารถขายขาดได้เนื่องจากเป็นที่ราชพัสดุ ที่พิเศษคือจะให้กำหนดจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกิน 30% เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ เช่น การให้ผู้อยู่อาศัยประกอบการเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ส่วนกลางได้ และนำรายได้จากส่วนดังกล่าวมาบำรุงโครงการ


            ทั้งนี้ให้ธนาคารออมสินและ ธอส.แยกบัญชีโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ เป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (พีเอสเอ) โดยไม่ขอรับการชดเชยจากรัฐบาล และขอนำผลกระทบรายได้และค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการ มาปรับตัวชี้วัดทางการเงินที่เกี่ยวข้อง และขอไม่นับรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เกิดจากโครงการเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
(วันที่ 5 มกราคม 2560)