ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

17 เม.ย.2561

THBA แนะยกระดับธุรกิจให้ทันสมัย ทางรอดรับสร้างบ้าน-ลบข้อครหา ยุ่ง ช้า ห่วย

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus

 


          สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) ประเมินความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคและประชาชนทั่วประเทศ ประเภท "บ้านเดี่ยวสร้างเอง" ในช่วง 3 เดือนแรกขยายและเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรวม "บ้านสร้างเอง" ทั่วประเทศปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 1.3-1.5 แสนล้านบาท สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้าน (ไม่ใช่ผู้รับเหมาทั่วไป) ประเมินว่ามีแชร์ส่วนแบ่งตลาด 14,000-15,000 ล้านบาท โดยประเมินว่าธุรกิจรับสร้างบ้านมีส่วนแบ่งตลาดไตรมาสแรกประมาณ 3,800-3,900 ล้านบาท ในขณะที่ภาพรวมการแข่งขันพบว่ายังคงมีการแข่งขันกันรุนแรง ทั้งในแง่การสร้างความน่าเชื่อถือ และทำลายความน่าเชื่อถือของคู่แข่งขันด้วยกันเอง รวมทั้งการแข่งขันตัดราคาของผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่ๆ ซึ่งสวนทางกับต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่ทยอยปรับ ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว อาจจะยังไม่แสดงให้เห็นผลกระทบชัดเจนมากนักในช่วงครึ่งปีแรก หากแต่จะปรากฏผลในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อผู้ประกอบการเริ่มก่อสร้างและใกล้ส่งมอบงาน ซึ่งคงจะต้องเฝ้าจับตาและประเมินสถานการณ์ที่เป็นจริงอีกครั้งในครึ่งปีหลัง

ทิศทางตลาดและปัจจัยบวก-ลบ

          แม้ทิศทางตลาดรับสร้างบ้านจะปรับตัวดีขึ้นในระยะ 3-6 เดือนที่ผ่านมา แต่ผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านก็ไม่ควรประมาท ต่อแนวโน้มต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา บรรดาผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง หลายรายต่างทยอยขอปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยกลุ่ม ผู้ผลิตวัสดุโครงสร้างและซีเมนต์ราคาปรับขึ้นเฉลี่ย 3-5% และกลุ่มวัสดุตกแต่งราคาปรับขึ้น 10-20% ฯลฯ ฉะนั้น หากผู้ประกอบการรายใดมียอดขายหรือออเดอร์สะสมค้างอยู่จำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงสูงหรือกลายเป็น "ทุกขลาภ" เมื่อต้องขาย บ้านราคาเดิม แต่กลับเผชิญกับต้นทุนใหม่ที่ราคาปรับตัวขึ้นนำหน้าไปก่อนแล้ว

          ทั้งนี้ จากการสุ่มสำรวจตัวอย่าง สมาคมฯ พบว่าผู้ประกอบการรับสร้างบ้านส่วนใหญ่ ยังคงยืนราคาขายเดิมหรือไม่มีการปรับราคาในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ่งบอกให้เห็นถึงปัญหาและความเสี่ยงการบริหารต้นทุนในอนาคต หากว่าผู้ประกอบการรายใดไม่มีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ที่แห่ปรับขึ้นราคากันทั่วหน้า นอกจากนี้ ค่า แรงที่ปรับตัวสูงขึ้น อันมีผลมาจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน ก็ยังเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญและแบกรับต้นทุน ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย สถานการณ์ดังกล่าวจึงบีบให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาบ้านตามกัน

การปรับตัวและแนวโน้มตลาดครึ่งปีแรก

          สมาคมฯ ประเมินว่าผู้ประกอบการคงไม่อาจหลีกเลี่ยงต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ได้ และจำเป็นต้องเร่งปรับตัวหรือหาทางออก เพื่อมิให้ได้รับผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะการหาทางลดต้นทุนค่าบริหารจัดการและค่าการตลาดลง อาจนำเทคโนโลยีก่อสร้างและเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่มาใช้งานมากขึ้น ใช้การตลาดออนไลน์เพื่อจะสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ฯลฯ ปัจจุบันการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ ช่วยให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการจัดการแบบเดิมๆ ตลอดจนการขยายพื้นที่ตลาดหรือ รับสร้างบ้านต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพและผู้บริโภคมีความต้องการใช้บริการผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน ก็ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยง ลดการแข่งขันในพื้นที่ตลาดที่มีการแข่งขันสูง


THBA แนะผู้ประกอบการยกระดับคุณภาพบ้าน


          นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านและการแข่งขันในช่วงไตรมาสแรกบรรยากาศโดยรวมน่าพอใจ ส่วนหนึ่งเกิดจากกิจกรรมการตลาดที่บรรดาผู้ประกอบการแข่งขันกันจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของ ผู้บริโภคในช่วงนี้ ทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออฟไลน์และออนไลน์ การจัดอีเวนต์งาน บ้านและวัสดุในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ การออกแบบผลิตภัณฑ์หรือแบบบ้านเทรนด์ใหม่ๆ สู่ตลาด ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์ยอดขายที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการชั้นนำหลายรายที่ประกาศตัวเลขออกมาค่อนข้างสวยหรู

          สมาคมฯ คาดว่าตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส 2 มีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี เชื่อว่าความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อยังดีต่อเนื่อง หากแต่ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาและปรับตัวเอง เพื่อยกระดับและหนีมุมมองธุรกิจรับสร้างบ้านของผู้บริโภคที่ว่า "ยุ่ง ช้า ห่วย" อันได้แก่ 1.การให้บริการมีขั้นตอนยุ่งยาก 2.การก่อสร้างบ้านใช้ระยะเวลานาน และ 3.บ้านที่สร้างไม่มีคุณภาพที่แน่นอน ประเด็นที่กล่าวมา ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่อยู่ในธุรกิจนี้ ควรหาทางและร่วมมือกันปฏิวัติวงการรับสร้างบ้าน ก่อนที่ผู้บริโภคจะหนีไปใช้ตัวเลือกอื่นแทน เช่น บ้านจัดสรร คอนโดฯ และผู้รับเหมา ฯลฯ.

          "ฉะนั้น หากผู้ประกอบการรายใดมียอดขายหรือออเดอร์สะสมค้างอยู่จำนวนมากอาจมีความเสี่ยงสูงหรือกลายเป็น "ทุกขลาภ" เมื่อต้องขายบ้านราคาเดิม แต่กลับเผชิญกับต้นทุนใหม่ที่ราคาปรับตัวขึ้นนำหน้าไปก่อนแล้ว"


 

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา
(วันที่ 17 เมษายน 2561)