ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

07 พ.ค.2561

ปลดล็อก พ.ร.บ.ฮั้วประมูล เปิดทางกลุ่มทุนจีนลุยไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-อู่ตะเภา

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus

 

           พ.ร.บ.ฮั้วประมูลพีพีพี ไฟเขียวบริษัทต่างชาติที่เป็นรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมประมูลได้ เปิดทางกลุ่มทุนจีน เดินหน้าลุยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการอื่นๆ คาดทีโออาร์ไฮสปีดเทรนกรุงเทพ-อู่ตะเภา ประกาศได้ พ.ค.นี้


           มีความคืบหน้าเป็นลำดับสำหรับการออกทีโออาร์โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกรุงเทพ-อู่ตะเภา เงินลงทุน 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งล่าช้ากว่ากรอบการดำเนินงานที่กำหนดจะประกาศได้ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2561 ที่ติดปัญหาในเรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมทุน ที่ยังไม่เปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาแข่งขัน โดยเฉพาะกรณีบริษัทจีนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการจำนวนมาก ที่อาจเข้าข่ายข้อห้ามตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว

           เนื่องจากบริษัทเอกชนจีนหลายราย เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงเข้าข่ายต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ และ พ.ร.บ.ฮั้ว ที่กำหนดลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ ที่ได้รับการคัดเลือกต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือ มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือ ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือ เจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือ ส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา

           ดังนั้น เพื่อเป็นการเปิดกว้างและให้เอกชนหลายรายเข้ามาแข่งขันประมูลโครงการฯมากขึ้น ทางกนศ.จึงได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน(พีพีพี) เพิ่มเติม เพื่อปลดล็อกการเข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าว

           นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(กนศ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ความล่าช้าในการออกที่โออาร์ของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางกนศ.ต้องการให้การจัดทำรายละเอียดครอบคลุมในด้านต่างๆ และต้องการให้มีเอกชนหลายๆรายเข้ามาแข่งขัน  เพื่อใช้เป็นต้นแบบของการออกทีโออาร์ในโครงการต่างๆ ที่มีการเปิดประมูลในรูปแบบรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน(พีพีพี) ซึ่งหลังจากเปิดรับฟังความเห็นของนักลงทุน(มาร์เก็ต ซาว์ดิ้ง) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า หลักเกณฑ์การดำเนินการคัดเลือกเอกชนของโครงการ ยังไม่สอดคล้องกับการคัดเลือกดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงเงื่อนไข

           ในการประชุมกนศ.เมื่อวันที่..เมษายน ที่ผ่านมา จึงได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติม ให้เป็นรูปแบบการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนแบบนานาชาติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ที่กำหนดโดยธนาคารโลก บนพื้นฐานการให้โอกาสอย่างเท่าเทียม และความเป็นธรรมระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานของรัฐหลายรายของต่างประเทศเดียวกัน สามารถยื่นข้อเสนอเข้ารับการคัดเลือกเอกชนของโครงการได้ และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอันเป็นประโยชน์กับไทย

           โดยได้กำหนดกรณีที่มีเอกชนซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐของรัฐบาลต่างประเทศเดียวกันตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปเป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น หน่วยงานของรัฐแต่ละแห่งต้องออกหนังสือรับรองความเป็นอิสระในการบริหารจัดการของหน่วยงานนั้นๆ

           นอกจากนั้นคำรับรองดังกล่าวต้องได้รับการยืนยันจากสถานทูตหรือหน่วยงานรัฐบาลของประเทศนั้นๆ รวมทั้งให้การยืนยันว่าการยื่นข้อเสนอของแต่ละหน่วยงานของรัฐดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้การครอบงำ หรือควบคุมของรัฐบาลต่างประเทศ หรือหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งของประเทศนั้น

 

           ในกรณีนี้มิให้ถือว่าเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนั้นมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับเอกชนซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐอื่น และในกรณีที่การคัดเลือกเอกชนของโครงการใด มีเพียงเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐของรัฐบาลต่างประเทศเดียวกัน ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปเป็นผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีเอกชนรายอื่นร่วมยื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐดังกล่าว หากคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศ อาจรับข้อเสนอของเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐของรัฐบาลต่างประเทศนั้นก็ได้

           นายคณิศ กล่าวอีกว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนร่วมทุนดังกล่าว จะทำให้กลุ่มนักลงทุนจีน สามารถเข้ามาร่วมประมูลในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการอื่นๆ ได้ โดยไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ฮั้ว แต่อย่างใด

           ดังนั้น ภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าการจัดทำร่างทีโออาร์ของโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ และนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไปได้ คาดว่าทีอาร์ดังกล่าวจะสามารถประกาศออกมาได้ไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ และ และคาดว่าจะได้เอกชนผู้ลงทุนประมาณเดือนกันยายน 2561 เพื่อเสนอผลการคัดเลือกและร่างสัญญาให้กนศ.เห็นชอบประมาณเดือนตุลาคม 2561 เพื่อเสนอครม. เห็นชอบผลการคัดเลือก และลงนามในสัญญาต่อไป

 

ที่มา : www.thansettakij.com
(วันที่ 7 เมษายน 2561)