ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

10 พ.ค.2561

ที่ดินวาละ 3 ล้าน! 'ปทุมวัน-สยามฯ' ศูนย์ ศก. อันดับ 1

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus

 

          บูมศูนย์เศรษฐกิจทั่ว กทม. กว่า 10 จุด แนวรถไฟฟ้า 11 สาย ... กูรูอสังหาฯ เปิดโผทำเลทองฝังเพชร 4 ย่านดัง "ปทุมวัน-สยามสแควร์-เพลินจิต-ชิดลม" แตะ 3 ล้านบาทต่อตารางวา

          หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเดินหน้าขับเคลื่อนระบบขนส่งมวลชนระบบรางเพื่อเชื่อมการเดินทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้สะดวกรวดเร็ว โดยมีระบบรถไฟฟ้า 3 ระบบ ที่เปิดให้บริการ คือ ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ สายสีเขียว, ระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที หรือ สายสีน้ำเงิน และระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ รวมทั้งสิ้น 5 เส้นทาง และจำนวนสถานีทั้งหมด 77 สถานี ทั้งนี้ ตามแผนของรัฐบาลวางไว้ 11 สาย จำนวน 148 สถานี กระจายครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล


 

 

          อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 5 เส้นทาง 77 สถานี แต่สามารถก่อให้เกิดศูนย์เศรษฐกิจหลายแห่งกระจายในกรุงเทพฯ อาทิ ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส อาทิ ปทุมวัน-สยามสแควร์ สาทร-บางหว้า ลาดพร้าว-รัชโยธิน, รถไฟฟ้า MRT อาทิ พระราม 4-พระราม 9, รถไฟฟ้าสายสีม่วง อาทิ เตาปูน-บางซื่อ และแอร์พอร์ตลิงค์ อาทิ ราชปรารภ-ราชประสงค์-มักกะสัน อีกทั้งยังจะมีเกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก สายสีชมพู ตามแนวถนนแจ้งวัฒนะ-รามอินทรา และสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง


          นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านราคาที่ดิน เปิดเผยว่า วันนี้ย่านเศรษฐกิจที่มีราคาที่ดินสูงสุดยกให้ปทุมวัน-สยามสแควร์ ที่ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2 ล้านบาทต่อ ตร.ว. และสูงสุดเท่ากันที่ 3 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ใกล้เคียงกับย่านเพลินจิต-ชิดลม โดยราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2.5 ล้านบาทต่อ ตร.ว. และสูงสุด 3 ล้านบาทต่อ ตร.ว. จากการซื้อขายที่ดินแปลงหลังสวน โดยบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่สร้างประวัติการใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์
 

          ขณะที่ นายอิสระ บุญยัง นายกกิตมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ความเห็นว่า ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วง 2 ปีนี้ขยับขึ้นค่อนข้างแรง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้การคมนาคมระบบราง ราคาเพิ่มขึ้น 50-60% และบางพื้นที่อาจถึง 100% เช่น พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ขณะที่ โดยทั่วไปในปริมณฑล ราคาเพิ่มขึ้น 20-30%


 
อิสระ บุญยัง
นายกกิตมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด



          "ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเติบโตตามการขยายตัวของระบบคมนาคม ทำเลที่ใกล้ระบบรางก็จะแพง ส่วนที่ไกลออกไปก็มีราคาต่ำกว่า นอกจากระบบคมนาคมแล้ว ราคาที่ดินยังขึ้นกับปริมาณที่ดินมีซัพพลายจะขายมากหรือน้อยด้วย"

          สำหรับที่ดินถือเป็นต้นทุนหลักที่สำคัญหนึ่งในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นโครงการบ้านจัดสรร ที่ดินคิดเป็นต้นทุนประมาณ 25-35% แต่บางทำเลเหมาะที่จะขึ้นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น ต้นทุนในส่วนของที่ดินก็อาจขยับเป็น 40-50% ก็ได้ ถ้าเป็นโครงการอาคารชุดทำเลในเมืองและชานเมือง ที่ดินมีความต่างมาก 20-50% โดยปกติที่ดินจะมีสัดส่วน 25% ของต้นทุนทั้งหมดในการพัฒนา


          ผลต่อการปรับราคาขายที่อยู่อาศัยนั้น นายอิสระ ระบุว่า ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคไม่รู้ตัว แต่หากย้อนหลังก็จะเห็นชัดเจน อย่างเช่น ในตลาดกรุงเทพฯ ไม่มีทาวน์เฮาส์ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มา 5-6 ปีแล้ว หรือวันนี้ในพื้นที่สมุทรปราการ-บางบัวทอง หรือ ปทุมธานี ไม่มีทาวน์เฮาส์ต่ำกว่า 1 ล้านบาทเช่นกัน และในอนาคตจะทดแทนด้วยอาคารชุด

          "กล่าวได้ว่า ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อรูปแบบที่อยู่อาศัยของคนกรุงเทพฯ คือ ราคาที่ดินที่แพงต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเลือกซื้อขนาดของที่อยู่อาศัย เช่น หากต้องการอยู่ในพื้นที่ที่เคยอยู่เดิม ซึ่งปัจจุบัน มีรถไฟฟ้าให้บริการ ก็ต้องเปลี่ยนมาซื้อบ้านที่มีขนาดเล็กลง แต่ถ้าอยากได้ขนาดเท่าเดิม ต้องเปลี่ยนทำเลออกไปชานเมืองที่มีราคาเท่าเดิม และยังมีผลต่อราคาห้องชุดในกรุงเทพฯ เมื่อ 5-6 ปีก่อน ราคาขาย 6-7 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. แต่ปัจจุบัน ทำเลย่านเศรษฐกิจราคาต้องเป็นหลัก 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. ขึ้นไป และขนาดห้องเดิมเริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. วันนี้ 21 ตร.ม."

 


 

          นายอิสระ กล่าวว่า ยิ่งโครงข่ายรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น กำลังซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคไล่ไม่ทัน คนที่ต้องการอยู่ในเมือง ใกล้สถานที่ทำงานก็อาจต้องเช่าแทนซื้อ

ที่มา : http://www.thansettakij.com
(วันที่ 10 พ.ค. 61)