ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

29 ต.ค.2561

ราคาที่ดินไตรมาส 3 พุ่ง 31%

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus

 

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล รวม 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม โดยกำหนดให้ปี 2555 เป็นปีฐานพบว่าในไตรมาส 3 ปี 2561 ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีค่าเท่ากับ 219.2 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 217.8 จุด และปรับเพิ่มขึ้น 31.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีที่แล้วที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 166.5 จุด เป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินเปล่าที่อยู่ใกล้แนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยเฉพาะแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาสแรก ปี 2561

          สำหรับ 5 อันดับทำเลที่มีการปรับราคาของที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในไตรมาส 3 ปี 2561 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1.เขตพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด 49.5% 2.นครปฐม มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 45% 3.เขต จ.สมุทรสาคร มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 44.5% 4.เขตราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 40.8% 5.เขต อ.เมืองสมุทรปราการพระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 23.9% สะท้อนให้เห็นแนวโน้มความต้องการที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมืองที่มีมากขึ้น

          นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ ได้วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างที่ดินเปล่าในการใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมที่มีราคาต่ำสุดกับราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแต่ละแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอื่น พบว่า พื้นที่พาณิชยกรรมมีราคาสูงกว่าพื้นที่เกษตรกรรม 125.9% ส่วนพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก มีราคาสูงกว่า 116.7% พื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง มีราคาสูงกว่า 96.5% พื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย มีราคาสูงกว่า 75.3% พื้นที่ที่อยู่อาศัยชุมชน (ทำเลใน จ.ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรสาคร) มีราคาสูงกว่า 68.2% และพื้นที่อุตสาหกรรม มีราคาสูงกว่า 8%

          ขณะเดียวกัน ราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแต่ละทำเลที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนผ่านกับราคาที่ดินในทำเลที่ไม่มีโครงการรถไฟฟ้าผ่าน พบว่าทำเลที่มีแผนการลงทุนโครงการลงรถไฟฟ้าในอนาคต มีราคาสูงกว่า 66.7% เนื่องจากราคาที่ดินปรับเพิ่มจากฐานราคาเดิมที่ยังไม่สูงมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่แถบชานเมือง ส่วนทำเลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จะมีราคาสูงกว่า 51.6%

          ในขณะที่ทำเลที่มีโครงการรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว จะมีราคาสูงกว่า 28.8% เมื่อแยกตามทำเลเฉพาะที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านแล้ว จะพบว่า 5 อันดับแรกที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ 1.บีทีเอส สายสุขุมวิทปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด 27.6% 2.สายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ -มีนบุรี) มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 25.1% 3.สายสีเขียว (ช่วงสมุทรปราการ-บางปู) ปรับเพิ่มขึ้น 23.9% 4.สายสีเขียว (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ปรับราคาเพิ่มขึ้น 23.8% 5.สายสีแดงเข้ม (ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย) ปรับเพิ่มขึ้น  23.8%
 

ที่มา : posttoday.com
(วันที่ 29 ตุลาคม 2561)