ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

31 ต.ค.2561

"บิ๊กตู่" ไฟเขียว! ปั้นภาคเหนือตอนบน "เมืองสุขภาวะผู้สูงวัย"

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus
              เช้านี้ (30 ต.ค. 61) ที่ห้องประชุมแสนหวี หอประชุมใหญ่ ม.ราชภัฏเชียงราย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด 4 จังหวัด คือ จ.เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่



 

              โดยนายกรัฐมนตรีเห็นชอบการขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ตามข้อเสนอของภาคเอกชน 7 ด้าน ทั้งการพัฒนาถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลประเด็นต่าง ๆ ทั้งศึกษาออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก และสร้างความเชื่อมโยงร่วมกับแหล่งการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมทั้งการพัฒนากว๊านพะเยาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งทรัพยากรประมง ครอบคลุมระบบบำบัดน้ำเสีย เขื่อนป้องกันตลิ่งและไฟส่องสว่าง รวมทั้งการปรับปรุงสนามกีฬา จ.พะเยา ให้ได้มาตรฐาน สามารถรองรับการแข่งขันกีฬาระดับชาติแบบ Sport Complex ได้

              ด้านการค้า การลงทุน ตามมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านฮวก จ.พะเยา เป็นด่านถาวร เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพของด่านบ้านฮวก และมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปด้วยนวัตกรรม SMEs 4.0 เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป ประกอบด้วย ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เชื่อมโยงการตลาดและธุรกิจออนไลน์ นำงานวิจัยมาใช้ในการพัฒนารูปแบบการผลิตอาหารเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ได้

              ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ต้องให้มีการเชื่อมต่อทั้งระบบ (บกและราง) ทั้งการพัฒนาสายทางเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและภายในกลุ่มจังหวัด รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งทางราง (Transit Oriented-Development) จ.พะเยา ออกแบบแผนแม่บทโลจิสติกส์เพื่อรองรับรถไฟทางคู่เชื่อมโยงเด่นชัย-พะเยา-เชียงของ และศึกษาเพื่อกำหนดตำแหน่งจุดพักกระจายสินค้าและจุดพักรถ (Rest Area) ที่เหมาะสมของจังหวัดพะเยา

              นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมด้านการเกษตร ในรูปแบบการพัฒนาเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เร่งรัดพัฒนาสารกำจัดศัตรูพืชแทนสารเคมี เพื่อเพิ่มพื้นที่และปริมาณการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรแก่เกษตรกร พัฒนาและส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า พัฒนาระบบการกระจายผลผลิต การส่งเสริมและพัฒนาการตลาด ประกอบด้วย การขยายพื้นที่เกษตรปลอดภัย ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ต้องส่งเสริมการเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) เพื่อให้เกิดสินค้าเกษตรที่แปลกใหม่

              การพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เป็น "เมืองต้นแบบสุขภาวะในผู้สูงวัย" (Health Aging Smart Cities) พัฒนาบริการชุมชนและบริการสุขภาพ และพัฒนาระบบบริการการแพทย์อุบัติเหตุฉุกเฉินรองรับผู้สูงอายุ พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พัฒนาอาชีพผู้สูงอายุ รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้สมุนไพรครบวงจรสู่เชิงพาณิชย์ ศึกษาวิจัยโภชนาการสมุนไพรพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งศูนย์ที่พักอาศัยสาหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร ศึกษาออกแบบรายละเอียดอารยสถาปัตย์ สิ่งอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปสาธารณสุขภาครัฐ คือ การเริ่มตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลสุขภาพ

              ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของภูมิภาคและประเทศ จึงต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งการก่อสร้างประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ โดยจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนงานงบประมาณด้วย

 
ที่มา : thansettakij.com
(วันที่ 31 ตุบาคม 2561)