ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

10 พ.ค.2562

ส่องอสังหาฯ โลก: กรุงเทพฯ ยังติดโผอสังหาฯ ถูก

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Line

       ราคาที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้เผยให้เห็นถึงข้อมูลราคาที่อยู่อาศัยทั่วโลก ซึ่งพบว่าฮ่องกงยังคงครองอันดับ 1 เมืองที่มีราคาที่อยู่อาศัยแพงที่สุดในโลก ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ที่อันดับ 33 จาก 35 เมืองใหญ่ทั่วโลก โดยที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมยังคงมีราคาขายสูงกว่ากำลังซื้อ ขณะที่ที่อยู่อาศัยแนวราบย่านชานเมืองมาแรง แซงศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือ CBD


เอเชียครองแชมป์ ที่อยู่อาศัยแพงที่สุดในโลก
       จากรายงานการใช้ชีวิตทั่วโลก (Global Living Report) โดยแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ซึ่งเป็นปีที่ 5 ที่ได้รวบรวมข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยจาก 35 เมืองสำคัญทั่วโลก ระบุว่า เมืองที่มีราคาที่อยู่อาศัยแพงที่สุดในโลก 3 อันดับแรกอยู่ในเอเชีย โดยฮ่องกงยังคงเป็นเมืองที่มีราคาที่อยู่อาศัยแพงที่สุดในโลก ด้วยราคาเฉลี่ย 39.52 ล้านบาท สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 2 ด้วยราคาเฉลี่ย 27.97 ล้านบาท และเซี่ยงไฮ้อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยราคาเฉลี่ย 27.92 ล้านบาท

       ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับที่ 33 ด้วยราคาเฉลี่ย 3.4 ล้านบาท ตามด้วยโฮจิมินห์ ซิตี้ มีราคาเฉลี่ยที่ 3.29 ล้านบาท และอิสตันบูลอยู่ในอันดับสุดท้าย มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.11 ล้านบาท


 
คอนโดฯ กรุงเทพฯ ราคาขายสูงกว่ากำลังซื้อ
       ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 นับเป็นปีมีความเปลี่ยนแปลงและท้าทาย ต่างจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จากหลายปัจจัย ได้แก่ ราคาขายคอนโดมิเนียมที่สูงกว่ากำลังซื้อ หากย้อนไปเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ราคาขายคอนโดมิเนียม เฉลี่ยจะอยู่ที่ 200,000 บาท/ตารางเมตร และปี 2561 ที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นมาที่ 280,000 บาท/ตารางเมตร และเมื่อเทียบกับราคาคอนโดมิเนียมในรอบ 20-30 ปีที่ผ่านมา มีการปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 8-9 % แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินปรับสูงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาขายคอนโดมิเนียมสูงขึ้นเฉลี่ย 12.5-13 % ต่อปี

จับตาราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ เพิ่มเฉลี่ย 10-20%
       ขณะเดียวกันผู้ประกอบการบางรายก็มีการพัฒนาสินค้าในบางทำเลที่ผิดกลุ่มเป้าหมาย และมีราคาขายที่สูงเกินกว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำให้มีสต๊อกในตลาดเหลือมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสินค้าเก่ามากกว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ ทำให้ในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนซัพพลายย่านใจกลางกรุงเทพฯ ที่เปิดใหม่เข้ามาในปีนี้ลดลงมาที่ 9,000 ยูนิต จากปีก่อนที่ 12,000 ยูนิต


ที่อยู่อาศัยแนวราบย่านชานเมืองมาแรง
       สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย ที่จะมาแรงในปี 2562 คืออสังหาริมทรัพย์แนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม โดยเน้นไปในโซน mid-town และชานเมืองมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในใจกลางเมือง ทำให้ทำเลใน CBD ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ และ Branded Residence ซึ่งมีราคาสูง


 

บาร์เซโลนา ราคาที่อยู่อาศัยโตสูงสุด
       ด้านอัตราการเติบโตของราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัย เมืองที่มีอัตราการเติบโตของราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัยต่อปีมากที่สุด ซึ่งสูงกว่าระดับ 10% จากปีก่อนหน้า ได้แก่ บาร์เซโลนา 16.9% ดับลิน 11.6% เซี่ยงไฮ้ 11.2% และมาดริด 10.2% ขณะที่ลอนดอน แม้ว่าราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัยจะเติบโตเพียง 1.1% แต่ยังคงติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉลี่ยสูงสุด โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 20.7 ล้านบาท

       อย่างไรก็ตาม มี 30 เมืองจาก 35 เมืองใหญ่ที่ได้ทำการสำรวจที่ราคาที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวสูงขึ้น แม้จะปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงจากในอดีต ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเมืองต่าง ๆ กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ปลายวัฏจักรของการเติบโตที่มีมาอย่างยาวนาน โดยคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเมืองต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา และมาตรการควบคุมต่าง ๆ จะส่งผลต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


จับตายุโรปหลังเศรษฐกิจฟื้น ดันราคาที่อยู่อาศัยพุ่ง
       จากรายงานยังชี้ให้เห็นว่า 6 ใน 10 เมืองที่มีอัตราการเติบโตของราคาที่อยู่อาศัยสูงสุดตั้งอยู่ในยุโรป ซึ่งมี 3 เมืองคือบาร์เซโลนา มาดริด และดับลิน ที่ต้องประสบกับปัญหาราคาที่อยู่อาศัยตกต่ำอย่างรุนแรงในช่วงวิกฤตทางการเงิน และใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นตามมา ปัจจุบันเมืองเหล่านี้กำลังฟื้นตัวและกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก หากเปรียบเทียบกันจะพบว่า ลอนดอนฟื้นตัวเร็วกว่ามากหลังจากภาวะตลาดชะลอตัว และปัจจุบันเข้าสู่รอบวัฏจักรของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ไปได้ไกลกว่า
 

 
ที่อยู่อาศัยมีจำกัด โอกาสค่าเช่าขึ้นกว่า 10%
       การสำรวจนี้ยังเผยให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมากของค่าเช่าที่อยู่อาศัยในยุโรปหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นลิสบอน มาดริด ดับลิน และบาร์เซโลนา ที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนจำกัดและความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ต่างเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเช่าที่อยู่อาศัยในลิสบอนและมาดริดเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่า 10% อย่างต่อเนื่อง

       โดยเฉพาะเมืองในยุโรป 6 เมือง รวมถึงลอนดอน ติดอันดับ 10 เมืองที่มีอัตราการเติบโตของค่าเช่าที่อยู่อาศัยสูงสุด ซึ่งเมืองเหล่านี้ล้วนแต่กำลังเผชิญกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนที่อยู่อาศัย นอกจากนี้เมืองในแคนาดา 3 เมืองอย่างแวนคูเวอร์ โตรอนโต และมอนทรีออลยังติด 10 อันดับแรกด้วย ซึ่งได้เกิดจากการจ้างงานที่เติบโตเป็นอย่างมากและอัตราว่างของที่อยู่อาศัยให้เช่าในระดับที่ต่ำ

เทรนด์ใหม่คอนโดฯ ลีสโฮลด์ โตแบบวิน-วิน ทั้งผู้ขายและผู้เช่า
       จะเห็นได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของทั่วโลกจากรายงานฉบับนี้ ต่างก็ต้องเผชิญกับปัจจัยต่าง ๆ มากระทบ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และมาตรการควบคุมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อราคาที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับประเทศไทย แม้กรุงเทพฯ จะติดโผหนึ่งในประเทศที่มีราคาที่อยู่อาศัยถูกที่สุด แต่แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมยังมีทิศทางที่สดใส มีดีมานด์และซัพพลายที่จะขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตไปได้ในปี 2562

ที่มา : ddproperty.com
(วันที่ 9 พฤกษภาคม 2562)