ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเรา รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็น ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าของบริษัททุกๆ ท่าน

16 ส.ค.2562

THBA คาดการณ์ Q3 ตลาดบ้านสร้างเองซบ หวั่นปัญหาผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง กระทบผู้บริโภค

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวประชาสัมพันธ์

Line

 

       ส.ไทยรับสร้างบ้าน คาดแนวโน้มตลาดบ้านสร้างเอง Q3 ซบเซาต่อเนื่อง เผยผู้ประกอบการรายเล็กรายกลางขาดสภาพคล่องการเงินอาจกระทบเป็นลูกโซ่ สะท้อนปัญหาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในธุรกิจสร้างบ้านขาดประสบการณ์ ขาดความเป็นมืออาชีพ ขาดเงินทุน แนะผู้บริโภคอย่าด่วนตัดสินใจเพราะคำโฆษณาหรือราคาโดนใจ แต่ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน มิฉะนั้นอาจงบบานปลายหรือโดนทิ้งงาน
 


 
  
       สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association : THBA) โดย นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคม เปิดเผยว่า ตลาดสร้างบ้านเองในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในต่างจังหวัดไตรมาส 3 ปี 2562 นี้ แนวโน้มยังชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการสร้างบ้านต่างจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้เน้นแข่งขันตัดราคาหรือขายราคาต่ำมาก ๆ ทั้งนี้ปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบไปถึงผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมาช่วงรายย่อย ด้วยเพราะมีการเบี้ยวชำระเงินค่าวัสดุ ค่าจ้างเหมาหรือค่าแรงช่าง และท้ายที่สุดได้ส่งผล กระทบโดยตรงกับผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของบ้าน เกิดปัญหางานก่อสร้างหยุดชะงักหรือโดนทิ้งงาน ฯลฯ ปัญหานี้อาจขยายวงกว้างต่อไป หากว่าตลาดบ้านสร้างเองและกำลังซื้อผู้บริโภคยังคงซบเซาต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศในช่วงครึ่งปีหลังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำ ยังคงมีความหวังและเร่งกระตุ้นตลาดกันอย่างจริงจังมากขึ้นในช่วงท้ายไตรมาส 3 นี้



       “หากวิเคราะห์ปัจจัยหลัก ๆ ปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ของบรรดาผู้ประกอบการสร้างบ้านรายเล็กรายย่อยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจาก 1.วิเคราะห์ต้นทุนผิดพลาด 2.มีเงินทุนน้อยหรือจำกัด และ 3.บริหารเงินผิดพลาดหรือนำเงินออกไปใช้นอกระบบ ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมาเคยเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่ขาดประสบการณ์ ขาดความเป็นมืออาชีพ และความรับผิดชอบ ยกตัวอย่าง การคำนวณราคาค่าก่อสร้างจากขนาดพื้นที่ใช้สอยราคาเดียวกันทุกแบบบ้าน ฯลฯ ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นวิธีประเมินแบบหยาบ ๆ เท่านั้น ไม่อาจทราบต้นทุนค่าก่อสร้างที่แท้จริงได้ แต่นั่นเป็นเพราะว่าผู้ประกอบการขาดความรู้และทักษะการคำนวณต้นทุนตามหลักวิชาการ รวมทั้งผู้บริโภคเองก็เข้าใจผิดว่าราคาค่าก่อสร้างนั้น คำนวณราคาจากขนาดพื้นที่ใช้สอย (ราคาต่อตารางเมตร) หรืออาจเป็นเพราะว่าผู้ประกอบการจำเป็นต้องการมีงานก่อสร้างหลังใหม่ เพื่อให้มีรายรับล่วงหน้าและมีเงินหมุนเวียน อันเป็นสาเหตุมาจากการที่มีเงินทุนน้อย จึงจำเป็นต้องยอมเสี่ยงตัดราคาคู่แข่ง นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือ ผู้ประกอบการนำเงินที่ได้รับค่าก่อสร้างตามสัญญาสร้างบ้าน ไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง อันเป็นผลมาจากการเข้าใจผิดว่าธุรกิจได้กำไรแล้ว แต่ที่จริงเป็นเงินที่ได้รับมาล่วงหน้าตามสัญญาฯ เมื่อธุรกิจอื่นที่ไปลงทุนมีปัญหาก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามกัน”
 
       “ผู้บริโภคต้องตระหนักและระมัดระวัง หากจะตัดสินใจเลือกใช้บริการสร้างบ้านกับผู้ประกอบการรายใด ไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ หรือเพราะชื่อเสียงและโฆษณา แต่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาการให้บริการอย่างละเอียด ควบคู่กับชนิด ปริมาณ คุณภาพของวัสดุที่ใช้สร้างบ้าน ขนาดแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอยจริง ตรวจสอบก่อนว่าราคาและจำนวนตารางเมตรที่โฆษณาถูกต้องเป็นจริง ไม่ควรตัดสินใจเพราะราคาต่ำเป็นสำคัญ หรือเข้าใจว่าการให้บริการและคุณภาพเหมือน ๆ กันทุกราย มิฉะนั้นอาจจะต้องควักจ่ายเงินเพิ่มในภายหลังหรือเกิดปัญหางบบานปลาย โชคร้ายกว่านั้นอาจถึงขั้นบ้านสร้างไม่เสร็จหรือโดนทิ้งงาน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการดี ๆ หลาย ๆ รายที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มานาน และมีผลงานปรากฏชัดเจน ราคารับสร้างบ้านก็จะสูงกว่ารายใหม่และรายเล็กรายย่อยทั่วไป แต่หากผู้บริโภคศึกษารายละเอียดการให้บริการอย่างรอบด้านแล้ว ก็จะพบว่าราคาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ในขณะที่คุณภาพและความรับผิดชอบแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งการสร้างบ้านหนึ่งหลังอาจหมายถึงเงินที่เก็บออมมาตลอดชีวิตการทำงาน หรือต้องผ่อนชำระหนี้เงินกู้ยืมกับธนาคารนานนับสิบปี ดังนั้น จึงควรให้เวลาในการศึกษาเปรียบเทียบรายละเอียดให้แน่ใจเสียก่อน ๆ จะตัดสินใจเลือกสร้างบ้านกับผู้ประกอบการรายใด” นายสิทธิพร นายกสมาคม กล่าวสรุป