คุณจักรพันธ์ บำเพ็ญเกียรติกุล - คุณรมิตา ศักดาเพชรศิริ
แบบบ้าน WA-157

บ้านในฝัน เติมเต็มชีวิตคู่

Line


           “ไม่มีที่ไหน สุขใจเท่าบ้านเรา” ประโยคคุ้นหูที่ได้ยินบ่อยครั้ง บ่งบอกได้ดีว่า “บ้าน” เป็นแหล่งพื้นฟูเยียวยาที่ทรงพลังยิ่งนัก แต่นั่นต้องขึ้นอยู่กับว่าเมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้านแล้ว เกิดความรู้สึกผูกพันกับน้ำพักน้ำแรงที่สร้างขึ้นมาแค่ไหน หากการทุ่มเทเงินทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งแหล่งพักพิงทางกายและใจที่ถาวร กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรุ่มร้อนในจิตใจ เพราะ“บ้าน” มิได้ปลูกสร้างตามดังที่หวังไว้ จนต้องแก้ไขซ่อมแซม อยู่เนืองนิจก็คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่านิวาสถานแห่งนี้เป็นแหล่งพักพิงทั้งกายใจที่ทรงประสิทธิภาพ



           “คุณจักรพันธ์ บำเพ็ญเกียรติกุล กับคุณรมิตา ศักดาเพชรศิริ” เป็นอีกหนึ่งคู่ชีวิตที่มีความคิดต้องการปลูกบ้านสักหลังให้เป็นแหล่งพักพิงที่สุขใจ ฉะนั้นทั้ง สองคน จึงจำเป็นต้องคัดสรรผู้ที่จะมารับภารกิจอันสำคัญนี้ แต่หากันมานานก็ยังหาแบบบ้านและบริษัทที่ถูกใจไม่ได้สักที

           จนประจวบเหมาะได้มีโอกาสไปงานรับสร้างบ้านที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพราะอยากไปเดินเลือกดูแบบบ้าน จนไปเจอบูธ “พีดี เฮ้าส์” ด้วยเห็นว่าชื่อคุ้นหู มีการโฆษณาเป็นประจำจึงตัดสินใจลองเดินเข้าไปดู ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

           จากวันนั้นพีดีเฮ้าส์ ได้ติดต่อเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบบบ้านมาโดยตลอด และยังพาไปดูบ้านจริง ทั้งคู่เห็นว่าแบบบ้านมีความทันสมัยมาก หนำซ้ำเมื่อเปรียบเทียบวัสดุกับบริษัทอื่น ๆหลายแห่งก็เห็นว่าคุณภาพวัสดุดีได้มาตรฐาน อุปกรณ์ประตูหน้าต่างดูล้ำสมัยกว่า อีกทั้งเมื่อได้กลับไปศึกษาข้อมูลผ่านทางเว็บไซค์เกี่ยวกับ พีดีเฮ้าส์ และเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนมีระดับมีชื่อเสียงซึ่งคนเหล่านี้ย่อมต้องเฟ้นหาบริษัทสร้างบ้านที่ไว้ใจได้อยู่แล้ว สุดท้ายจึงได้ตัดสินใจเลือก พีดีเฮ้าส์ให้รับหน้าที่สร้างบ้านหลังนี้

           “อันดับแรกที่เลือกพีดีเฮ้าส์ เพราะชอบแบบบ้านที่เป็นสไตล์โมเดิร์น คอนเทมโพรารี่ พื้นที่ใช้สอยลงตัวกับขนาดครอบครัว  อย่างห้องนอนก็มีถึง 5 ห้อง ส่วนในแง่ของบริษัท มั่นใจได้ว่าไม่ทิ้งงานแน่นอนทั้งยังมีการรับประกัน ติดตามงาน” นี่คือความในใจของภรรยาที่เลือกพีดีเฮ้าส์  ส่วนในมุมของคุณจักรพันธ์เหตุผลที่ถูกใจเพราะมองในเรื่องบริษัท  วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ประวัติความเป็นไปรวมถึงผลงานต่างๆ

 

  

 

           แบบบ้านที่ทั้งคู่เลือกนั้น แม้ตอนแรกได้ตัดสินใจเลือกไว้แล้ว แต่ภายหลังเมื่อได้มาดูรายละเอียดอีกครั้งจึงรู้สึกว่าเนื้อที่บ้านขนาด 512 ตารางวาดูจะเล็กไปสักหน่อย สำหรับที่ดินกว้าง 2 ไร่ จึงได้แจ้งเพื่อขอปรับแต่งนิดหน่อย อะไรที่คิดว่าเล็กไปก็ทำให้กว้างขึ้น ส่วนบางห้องก็เปลี่ยนแปลงบางส่วนเพื่อให้เหมาะสมกัน โดยเฉพาะมุมที่ชอบและใช้บ่อยอย่างห้องครัว ก็มีการปรับเปลี่ยนตามความประสงค์ ซึ่งพีดีเฮ้าส์ ก็ปั้นแต่งให้อย่างเต็มกำลัง

           เมื่อทุกอย่างลงตัวภารกิจในการสร้างสรรบ้านราคา 7 ล้าน ให้กับครอบครัวนี้ก็เริ่มขึ้น ภายใต้ความเป็นระเบียบเคร่งครัด ทั้งในเรื่องวัสดุที่คุณจักรพันธ์บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่กำหนดไว้ทั้งหมด เรื่องระยะเวลาก็ตรงตามที่ตกลงไว้ไม่มีบิวพลิ้ว

           “เรื่องการใช้วัสดุบ้านประหยัดพลังงานของที่นี่ผมว่าแจ๋วเลยนะ ตัวบ้านอยู่แล้วไม่ร้อน ใช้วัสดุอนุรักษ์พลังงาน เอาวัสดุไวนิลมาทดแทนไม้ อย่างวัสดุไม้เวลาหน้าฝนไม่จะยืดตัว หดตัว บวมแล้วปิดประตูไม่ได้ ต้องกระแทกแรงๆ ซึ่งผมเคยทำงานไม้มาก่อนเข้าใจตรงนี้ ยิ่งเรื่องพลังงานลดโลกร้อนเป็นเรื่องที่ดีนะ แม้ราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่ระยะยาวแล้วผมว่ามันคุ้มนะ”

           ในที่สุดปลายปี 2552 บ้านก็เสร็จสมบูรณ์เป็นไปตามที่หวังไว้ของทั้งคู่ แต่กว่าจะเข้าอยู่ได้ก็เดือนพฤษภาคม ปี 2553  นั่นเพราะวุ่นอยู่กับงานตกแต่งและจัดสวนที่เราดำเนินการเองกว่าจะเรียบร้อยก็ต้องเปลี่ยนผู้รับเหมาอยู่หลายราย บ้านที่เป็นไปดังที่วาดฝันของทั้งคู่นี้ คือบ้านหลังใหม่ที่จะเป็นแหล่งเติมพลังกายใจให้พร้อมก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งกว่าจะได้มาบ้านหลังนี้นั้นลึกลงไปมีรายละเอียดที่เกี่ยวเชื่อมโยงกัน คุณจักรพันธ์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า“ผมเป็นคนที่ทำกิจกรรมร่วมบุญกับโรงเจมาตลอดกว่า 20 ปี คือไปร่วมกิจกรรมอะไรหลายอย่าง เข้าไปทำบุญไปล้างป่าช้าบ้าง คอยช่วยคนที่เดือดร้อน บริจาคโรงศพให้คนยากไร้ สิ่งเหล่านี้
 

   







           "ผมว่าไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย แต่ก็ทำมาตลอด เพราะมันส่งผลต่อจิตใจ หน้าที่การงาน มีอะไรบางอย่างที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ก็มีอะไรมาช่วยให้ผ่านไปด้วยดี”แม้บ้านหลังนี้ได้มาจากหน้าที่การงาน แต่สิ่งที่เชื่อมโยงกันจากที่ผมช่วยงานบุญ ส่งผลต่อจิตใจทำให้เกิดจิตใจมุ่งมั่น การที่คนเราคิดดีทำดี ทำให้เจอสิ่งที่ดี จนได้มาเจอกับคุณรมิตาที่โรงเจ ได้เจอเนื้อคู่ในสถานที่ดี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทุกวันนี้ผมกับแฟนกินเจทุกปี เพราะทำแล้วรู้สึกสบายใจ

           เห็นได้ชัดว่าที่บ้านหลังนี้เสร็จสมบูรณ์พร้อมผ่านไปด้วยดีนั้น มีสิ่งเชื่อมโยงผูกพันกันมามากมายและส่งผลให้พานพบในสิ่งที่ดีอย่างพีดีเฮ้าส์ คุณจักรพันธ์อธิบายว่ามีบริษัทรับสร้างบ้านเข้ามาให้เลือกมากมาย  ทว่าสิ่งที่ชนะใจได้ ตรงที่มีการติดตามงาน เช้า กลางวัน เย็นไม่เคยขาด พร้อมให้คำปรึกษามาตลอด ทำให้เรารู้สึกดีจนต้องยอมรับ หลังจากที่ได้เล่าถึงที่มาที่ไปกับการได้บ้านแห่งความสุขหลังนี้มา ทั้งสองคนได้ทิ้งท้ายไว้ในเรื่องฮวงจุ้ยว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะการสร้างบ้านหลังนี้ก็ได้เอาซินแสจากโรงเจมาช่วยดูให้ ว่าต้องหันหน้าไปทางทิศใด ไม่ใช่หันตรง ๆ แต่ต้องหันไปตามตามทิศ ห้องนอน ที่อยู่ตรงมุมไหน หันไปทางใด ตรงนี้ใครจะว่าอย่างไรไม่รู้ แต่ส่วนตัวทำแล้วรู้สึกสบายใจอย่างพื้นที่ 2ไร่นี้ ตอนแรกวางไว้ต้องการทำปั้มน้ำมันให้รถสิบล้อเติมกันเอง แต่ตอนนั้นพอจะทำจริงราคาน้ำมันผันผวน พอไปปรึกษาผู้รู้ก็เห็นว่ามีสิทธิ์ขาดทุนสูง จึงได้เก็บไว้สร้างบ้านดีกว่า

 




           “ดวงผมสงสัยจะได้อยู่กับ พีดี เฮ้าส์ ”คุณจักรพันธ์ทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี เชื่อเหลือเกินว่าทุกวันนี้บ้านหลังใหญ่ในพื้นที่ 2 ไร่ ท่ามกลางสวนสวยที่สรรสร้างได้ดังใจหวัง คงทำให้ครอบครัวแห่งนี้ได้สัมผัสกับความสุขอันเต็มเปี่ยมและพร้อมเสมอกับการเป็นแหล่งพักพิงเสริมพลังทั้งกายใจ ในยามที่ต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอกให้กับครอบครัวนี้ได้เป็นอย่างดี

 
  • เรื่อง : กองบรรณาธิการ บ้านสุขใจ
  • ภาพ : บ้านสุขใจ
  • เจ้าของ : คุณจักรพันธ์ บำเพ็ญเกียรติกุล - คุณรมิตา ศักดาเพชรศิริ
  • แบบบ้าน : WA-157
  • รางวัลที่บ้านนี้เคยได้รับ : -
  • ออกแบบ : บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
  • ก่อสร้าง : ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ ระยอง