สวัสดีครับ ฉบับที่แล้วผู้เขียนทิ้งท้ายไว้...”คอยพบกับ...ศูนย์รับสร้างบ้าน พีดี เฮ้าส์ อีก 2 สาขาเร็วๆนี้” ทั้งนี้แฟนๆเวบและหลายท่านที่มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมเวบในช่วงนี้ คงพอจะทราบบ้างแล้วว่าสาขาเปิดใหม่ของ พีดี เฮ้าส์ สาขาที่ 7 คือ สาขานครปฐม โดยบริษัทฯมีแผนจะเปิดทำการในวันที่ 10 ตุลาคม 2550 นี้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อจะให้บริการรับสร้างบ้านในพื้นที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ทั้งนี้สำนักงานสาขานครปฐมตั้งอยู่บริเวณริมถนนเพชรเกษม โดยมีจุดสังเกตุง่ายๆคือ หากเดินทางไปจากกรุงเทพฯ ก่อนถึงทางแยกเข้ามหาวิทยาลัยศิลปกรประมาณ 300 เมตร สำนักงานจะตั้งอยู่ฝั่งขวาหรือจุดสังเกตุอีกอย่างหนึ่งคือ สำนักงานจะตั้งอยู่เลยห้างโลตัส (นครปฐม) ไปประมาณ 300 เมตรเท่านั้น
จนถึงปัจจุบัน พีดี เฮ้าส์ มีลูกค้ามาใช้บริการสร้างบ้านอยู่ในพื้นที่จังหวัด นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี อยู่แล้วเกือบ 20 ราย แต่ที่ผ่านมาลูกค้าต้องเดินทางเข้ามาติดต่อถึงสาขากรุงเทพฯ (กาญจนาภิเษก) ดังนั้นการเปิดสาขานครปฐมก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทุกท่าน ที่กำลังสร้างบ้านในขณะนี้และผู้ที่กำลังสนใจจะใช้บริการรับสร้างบ้านหลังใหม่ในเร็วๆนี้ โดยท่านไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือขับรถเข้ามาติดต่อถึงสาขาในกรุงเทพฯอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือทุกท่านจะสร้างบ้านในราคาปกติ (ไม่ต้องจ่ายเพิ่มค่าขนส่ง ค่าเดินทาง) เพราะ พีดี เฮ้าส์ ถือเป็นนโยบายหลักคือ “สร้างบ้านราคาเดียวกัน”
ที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านชั้นนำ จะมีสำนักงานสาขาตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น หรือกล่าวได้ว่าแทบไม่มีผู้ประกอบการรายใดเปิดสาขารับสร้างบ้านในต่างจังหวัด เรื่องนี้ผู้บริโภคเองก็คงจะสงสัยหรือข้องใจเช่นกัน ซึ่งผู้เขียนทราบดีว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงไม่มีผู้ประกอบการรายใดเปิดสาขาในต่างจังหวัด จริงๆแล้วอุปสรรคสำคัญมิได้อยู่ที่เงินลงทุนหรือต้นทุนการจัดการ แต่เกิดจากแนวนโยบายและวิธีการบริหารจัดการขององค์กรมากกว่า โดยเฉพาะปัจจัยสำคัญ 2 ประการคือ 1.การสื่อสาร และ 2.ทีมงาน ซึ่งทั้ง 2 ประการนี้จะต้องถูกกำหนดเป็นนโยบายหลักของหน่วยงานหรือองค์กรเสียก่อน เพราะว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างทีม และสร้างความเข้าใจแก่ทีมงานทุกคน เพื่อให้ตกผลึกทางความคิดและเรียนรู้จนกระทั่งสามารถสื่อสารระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนเครื่องมือการสื่อสารหลายๆช่องทางของบริษัทฯ อันจะนำไปสู่การให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ไม่ว่าจะใช้บริการสร้างบ้าน ณ สาขาใดด้วยมาตรฐานเดียวกัน
.jpg)
ผลงานที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผลงานที่จังหวัดราชบุรี
สำหรับ พีดี เฮ้าส์ แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญทั้ง 2 ประการ ถูกกำหนดไว้ในนโยบายและแผนธุรกิจของบริษัทฯมาตั้งแต่ปี 2544 โดยเริ่มเปิดสาขาชลบุรีเป็นสาขาแรกเมื่อปี 2546 และเปิดสาขานครราชสีมา สาขาขอนแก่น ต่อๆมา โดยสาขานครปฐมเป็นอีกหนึ่งสาขาที่จะเปิดในปี 2550 นี้ จากผลตอบรับที่ดีของลูกค้าที่มาใช้บริการรับสร้างบ้านกับสาขาในต่างจังหวัดตลอดระยะเวลา 4 ปีเศษที่ผ่านมา จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าทีมงานสามารถรักษามาตรฐาน การให้บริการและส่งมอบคุณภาพบ้านที่ตรงตามความต้องการและพึงพอใจของลูกค้าทุกท่าน โดยเฉพาะเมื่อทีมงานและองค์กรสั่งสมประสบการณ์มาจนถึงปัจจุบัน ยิ่งทำให้มีความมั่นใจและพร้อมจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และที่สำคัญคือ...ลูกค้าที่มาใช้บริการสาขานครปฐมในเร็วๆนี้
อย่างไรก็ดีบริษัทฯก็มิได้มองข้ามพื้นที่กรุงเทพฯ แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการอยู่จำนวนมากและมีการแข่งสูง แต่กรุงเทพฯถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นตลาดขนาดใหญ่ของธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยเฉพาะเป็นฐานลูกค้าเก่าของ พีดี เฮ้าส์ ที่ผ่านมาก็ได้ส่งมอบบ้านไปแล้วกว่า 700 หลัง ปัจจุบันสำนักงานสาขาในกรุงเทพและปริมณฑลของบริษัทฯทั้ง 3 สาขาจะตั้งอยู่รอบนอก อาทิ สาขากรุงเทพฯ (ตั้งอยู่ถนนกาญจนาภิเษก เขตตลิ่งชัน) สาขาสมุทรปราการ (ตั้งอยู่ถนนบางนาตราด) สาขาปทุมธานี (ตั้งอยู่ถนนรังสิต-นครนายก) โดยที่ไม่มีสาขาตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพชั้นใน ดังนั้นจึงทำให้ลูกค้าและผู้มาติดต่อใช้บริการต่างรู้สึกลำบาก เพราะต้องฝ่าการจรจรที่ติดขัดและเดินทางไกลกว่าจะมาถึงสำนักงานแต่ละสาขา และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน เพราะทำเลที่ตั้งของสำนักงานไม่สะดวกในการติดต่อใช้บริการสำหรับลูกค้ากรุงเทพฯ

ผลงานที่จังหวัดนครปฐม
ดังนั้น บริษัทฯจะเปิดทำการสาขาแห่งใหม่อีก 1 สาขาในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยสำนักงานสาขาจะตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และถือเป็นการเอาใจสำหรับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ เนื่องจากจะสามารถเดินทางมาติดต่อยังสำนักงานได้สะดวกและรวดเร็ว เพราะสำนักงานตั้งอยู่ใจกลางเมืองหรือจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินก็สะดวกมากๆ การเปิดสาขาใหม่นี้ก็หวังว่าจะเป็นการปิดจุดอ่อนเรื่องทำเลที่ตั้งสำนักงาน และส่วนหนึ่งก็เป็นการขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆตามนโยบายของบริษัทฯ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัว และการเมืองจะยังไม่เข้ารูปเข้ารอยหรือชัดเจนนัก แต่ยังมั่นใจว่าด้วยความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคและประชาชน วันนี้ทางเลือกสำหรับการมีบ้านหลังใหม่ ผู้บริโภคและประชาชนมิได้รับรู้เพียงว่า 1.ซื้อบ้านจัดสรร 2.บ้านมือสอง 3.ว่าจ้างสถาปนิกออกแบบและจ้างผู้รับเหมา เท่านั้นเพราะการเลือกใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ ได้ขยายการรับรู้สู่ผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้นในปัจจุบัน และที่มาของการขยายการรับรู้สู่ผู้บริโภคก็เป็นหนึ่งของความภาคภูมิใจของทีมงาน พีดี เฮ้าส์ ที่กล้าทุ่มทุนทำการสำรวจและวิจัยผู้บริโภค
วันนี้...เราจึงรู้ว่าลูกค้าและผู้บริโภคอยู่ที่ไหนและต้องการอะไร ?
นายสิทธิพร สุวรรณสุต
ประธานกรรมการ