|
ก่อนอื่นกระผมจะขอเอ่ยถึงเรื่อง " แบบบ้าน " เสียก่อนว่าสำหรับคนจะสร้างบ้านนั้น เข้าใจดีและแน่นอนเหลือเกินว่าพื้นฐานความคิดเบื้องต้นย่อมจะเลือกพิจารณาและให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าแบบบ้านที่เราชื่นชอบจะตรงใจเราทุกประการ (กรณีเลือกแบบบ้านของบริษัทนั้นๆ) ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้เป็นแนวทางหรือเป็นจุดเริ่มเท่านั้น ซึ่งเราเองก็มักจะทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความฝันหรือความต้องการมากที่สุด บางครั้งแบบบ้านที่เราพอใจเราชื่นชอบในคราวแรก อาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนเกือบจะไม่เหลือของเดิมเลยก็มี แต่นั่นมิใช่ว่าแบบบ้านที่เลือกเดิมจะไม่ดีหรือไม่สวย เพราะเรื่องความสวยนั้นมันเป็นเรื่องเฉพาะของใครของมันครับ หรือแม้กระทั่งเมื่อตัดสินใจตกลงทำสัญญากับผู้รับจ้างหรือบริษัทรับสร้างบ้านไปแล้ว สุดท้ายระหว่างการก่อสร้างเราก็ยังพบว่ามีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอีก
|

|
|
และก็ต้องการให้ผู้รับจ้างปรับเปลี่ยนตามที่เราต้องการ แม้ว่าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มจากที่ตั้งงบประมาณไว้ แต่ก็เพื่อให้ได้พื้นที่และประโยชน์ใช้สอยตามต้องการที่สุด ดังเช่นโบราณกล่าวไว้ว่า "ปลูกเรือนตามใจคนอยู่ ปลูกอู่ตามใจคนนอน" แต่หลายๆ ครั้งเราก็ต้องผิดหวังและเชื่อหรือไม่ว่าถึงแม้เราจะจ่ายเงินเพิ่มแถมจ่ายค่าเสียเวลาให้อีก แต่ผู้รับจ้างหรือบริษัทรับสร้างบ้านเขาก็ปฏิเสธที่จะไม่รับการเปลี่ยนแปลงของเรา และส่วนใหญ่ก็จะกำหนดไว้เป็นระเบียบการบริการและในสัญญารับเหมา เช่น "ภายหลังเซ็นสัญญา บริษัทสงวนสิทธิ์ไม่รับดำเนินการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมใดๆ" ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่เป็นความผิดของเราที่ไม่พิจารณาแบบแปลนให้ดีตั้งแต่แรก หรือมิใช่เป็นความผิดของสถาปนิกผู้ออกแบบ เพราะมันเป็นเรื่องของความต้องการที่ต่างเวลากัน และมันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วไปของคนสร้างบ้าน ถ้าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้มันควรจะอยู่บนเหตุผลมากกว่าระเบียบหรือสัญญาที่บริษัทผู้รับจ้างกำหนดไว้ จริงมั๊ยครับ
|
|
|
อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้จะสร้างบ้านหลายๆ คนมักจะเข้าใจคลาดเคลื่อน ในเรื่องของการเลือกแบบบ้านที่จะสร้างโดยเข้าใจว่าเมื่อเราเลือกแบบบ้านของบริษัทรับสร้างบ้านรายใดก็ควรให้บริษัทนั้นเป็นผู้สร้าง หากไปให้อีกบริษัทหนึ่งเป็นผู้สร้างจะทำให้สร้างผิดสร้างถูก เพราะไม่ใช่แบบบ้านของบริษัทนั้นๆ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้ดังที่กล่าวมาข้างต้นแบบบ้านที่ท่านเลือกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และในข้อเท็จจริงการที่ท่านเลือกใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพนั้น ไม่ว่าท่านจะว่าจ้างให้เขาสร้างบ้านแบบไหนอย่างไร บริษัทเหล่านี้ก็สามารถสร้างบ้านให้ท่านได้เหมือนๆ กัน เพราะเขาสร้างตามแบบแปลนที่สถาปนิกและวิศวกรเป็นผู้ออกแบบ คำนวณโครงสร้าง และเขียนแบบขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแบบแปลนและรายละเอียดประกอบการก่อสร้าง ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านที่มีการบริหารงานอย่างมี
|
|
ระบบ ก็เข้าใจความต้องการในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงมีทีมงานและบุคลากรไว้รองรับความต้องการของเรา ทั้งทีมงาน สถาปนิก วิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญงานในส่วนต่างๆ เพื่อไว้คอยให้คำแนะนำในการออกแบบและก่อสร้างบ้าน ทั้งก่อนและระหว่างการสร้างบ้านยกเว้นเสียแต่ว่าเราเลือกใช้ผู้รับเหมารายย่อย หรือบริษัทรับสร้างบ้านรายเล็กๆ ที่ขาดความพร้อมและไม่มีทีมงานวิศวกร สถาปนิก ประจำบริษัท (มีอยู่จำนวนมากครับ) ก็อาจจะเป็นปัญหาได้ หรือบางครั้งแบบบ้านที่มีให้เลือกของบริษัทรับสร้างบ้านที่ไม่มีสถาปนิกวิศวกรประจำบริษัท และยังไม่เคยสร้างที่ไหนมาก่อนหากเกิดความขัดแย้งระหว่างแบบแปลนกับงานก่อสร้างจริง การแก้ไขก็จะไม่มีสถาปนิกหรือวิศวกรเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ อาจใช้เพียงประสพการณ์การทำงานที่ผ่านมาทำการแก้ไขไปตามความเข้าใจ (อาจจะถูกบ้างผิดบ้างตามประสพการณ์ของผู้รับจ้าง) ดังนั้นท่านควรศึกษาความพร้อมขององค์กรด้วย
|
|
"การบริการ" ที่กล่าวว่าคือ "หัวใจ" ในการสร้างบ้านนั้นเชื่อว่าเราเองต้องการสิ่งนี้ เพื่อจะได้มอบความไว้วางใจและภาระการสร้างบ้านนับตั้งแต่ การออกแบบ, การเป็นตัวแทนเจ้าของบ้านในฐานะสถาปนิก วิศวกร เพื่อรับรองและรับผิดชอบดูแลงานก่อสร้างตามกฎหมาย และเพื่อความมั่นคงแข็งแรงของบ้าน, การให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวัสดุ, การควบคุมและบริหารคนบริหารงานก่อสร้าง, การบริหารงบประมาณค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าดำเนินการตามที่ประเมินราคาและตกลงในสัญญาว่าจ้าง, การให้คำปรึกษาในระหว่างการสร้างบ้าน รวมถึงการรับประกันคุณภาพและการบริการภายหลังรับมอบสินค้ามา, การดำเนินการแทนในการติดต่อกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขตโยธา การไฟฟ้า การประปา สำนักงานทะเบียน สถาบันการเงิน(เงินกู้) องค์การโทรศัพท์ ฯลฯ เป็นต้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการติดต่อประสานงานกับทุกหน่วยงาน
|
|
|
|
|
ทั้งหมดนี้หากผู้รับจ้างหรือบริษัทรับสร้างบ้าน มิได้ระบุรายละเอียดและใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งเราไม่ได้สังเกตหรือศึกษาเงื่อนไข และเมื่อตัดสินใจสร้างบ้านโดยมองข้ามความสำคัญของงานบริการเหล่านี้ไป ภาระและค่าใช้จ่ายต่างๆก็จะตกเป็นของเรา แน่นอนว่าเราจะต้องมีเงินสำรองหรือต้องจ่ายเงินเพิ่ม จากค่าก่อสร้างอีกไม่น้อย ตัวอย่างเช่น ค่าติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า - ประปาระหว่างก่อสร้าง เป็นเงิน 20,000 - 25,000 บาท (ไม่รวมค่าใช้กระแสไฟฟ้า - น้ำประปา) , ค่าว่าจ้างสถาปนิก วิศวกร ออกแบบ - เขียนแบบ - ค่าจ้างสถาปนิก เป็นเงินประมาณ 2.5 - 7 % ของราคาบ้าน (ส่วนใหญ่เป็นเงื่อนไขของผู้รับเหมา) , ค่าธรรมเนียมขออนุญาตต่างๆกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมที่เราจะได้รับการบริการจากสถาปนิกและวิศวกรประจำบริษัทฯ ระหว่างการสร้างบ้านอีกเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 - 7 เดือนขึ้นไป (ถ้าต้องจ่ายเงินเพิ่มก็เป็นหลักหมื่นบาทแหละครับ) เพื่อให้บ้านสวยถูกใจและมั่นใจว่าแข็งแรง
|
|
ที่กระผมกำลังเขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะเห็นว่ามันเสมือนเส้นผมบังภูเขาครับ หลายๆ คนมัวแต่สาระวนอยู่กับการเลือกแบบบ้านสวย, ค่าก่อสร้างราคาตารางเมตรละเท่าไร จนลืมนึกถึง "งานบริการ" แล้วเราก็ออกมาโวยวายกันภายหลังว่าไม่เคยเห็นหัวคนคุมงานหรือวิศวกร, มีอะไรต้องคุยกับช่างเอง, เปลี่ยนแปลงต่อเติมระหว่างก่อสร้างก็ไม่ได้ (ผิดสัญญา) ฯลฯ กระผมหวังว่าในโอกาสต่อไปเราทุกคนที่จะสร้างบ้านคงจะต้องมองกันให้รอบด้านมากขึ้น เพื่อได้ศึกษาและทำความเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการและควรจะได้รับจากผู้รับจ้างว่ามีบริการและมีค่าใช้จ่ายอะไรให้บ้าง จะได้เปรียบเทียบว่าราคาบ้านที่จะสร้างแท้ที่จริงแล้ว ผู้รับจ้างรายใดราคาเหมาะสมกับบริการที่เราจะได้รับ
|
|
"ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า บริการ…รับสร้างบ้าน" โปรดอย่ามองข้าม
|