วัสดุที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านในปัจจุบันมีมากมายหลายอย่าง ทั้งที่เป็นวัสดุธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน โดยวัสดุที่มาจากธรรมชาติจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่สมจริง ได้อารมณ์สุนทรีย์และให้คุณค่า ความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ แต่มีข้อที่ต้องคำนึงถึงของวัสดุประเภทนี้คือ ราคา ดูแลรักษายาก และการได้มาอาจจะต้องมีส่วนร่วมในการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งในภาวะของโลกปัจจุบันเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนัก และร่วมแรงช่วยกัน ส่วนวัสดุสังเคราะห์นั้นจะเป็นวัสดุที่หาซื้อได้ง่าย เนื่องจากเป็นวัสดุที่ผลิตออกมาในระบบอุตสาหกรรม ผลิตออกมาในปริมาณมาก กระบวนการและขั้นตอนการผลิตจะมีมาตรฐาน วัสดุที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านนั้นมีอยู่มากมาย
          วัสดุที่นิยมนำมาตกแต่งบ้านหรืออาคารในปัจจุบัน และพบเห็นอยู่บ่อยที่เป็นงานตกแต่งผนังภายนอกก็คือ
ไม้ฝาเทียม ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากวัฒนธรรมการสร้างบ้านของเราแต่โบราณ เรานิยมบ้านไม้ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายในภูมิภาคนี้ ทำให้บ้านเรือนส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้ จนทำให้เกิดความคุ้นเคยกับการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตประจำวัน มีจำนวนไม่น้อยของผู้ที่สามารถสร้างบ้านเองในปัจจุบัน มาจากในอดีตเคยอยู่บ้านไม้มาก่อน 
          ต่อมาเมื่อปริมาณไม้ตามธรรมชาติลดลง ทำให้ไม้มีราคาสูงขึ้น และเนื่องจากไม้มีข้อจำกัดในเรื่องของการดูแลรักษา อายุการใช้งาน ความคงทนที่น้อยกว่า ช่วงหนึ่งจึงทำให้บ้านไม้ มีการก่อสร้างลดลง บ้านตึกก่ออิฐฉาบปูนจึงเข้ามาแทนที่และได้รับความนิยมมากกว่า แต่บ้านไม้ก็ยังเป็นที่ต้องการและถวิลหาของผู้ที่รักในเสน่ห์ของไม้ เมื่อมีวัสดุที่ทำหน้าที่คล้ายไม้ผลิตออกมาในราคาที่ย่อมเยากว่า คงทนกว่า หาซื้อได้ง่ายกว่า จึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีวัสดุหลายประเภทเช่น ไฟเบอร์ซีเมนต์ พีวีซี เศษไม้ผสมพีวีซี เส้นใยเซลลูโลสผสมเรซิ่น สามารถนำมาใชใช้ตกแต่งได้ทั้งภายนอกและภายในบ้าน หรือนำมาเป็นใช้เป็นฝาบ้านโดยตรงหรือนำมาตกแต่งเป็นบางส่วน ปิดทับผนังก่ออิฐฉาบปูนธรรมดา เพื่อลดความเลี่ยนและเรียบของผนัง ทำให้บ้านมีความน่าสนใจและดูมีชีวิตชีวา ได้อารมณ์ของเส้นสายลายไม้
         
          หินธรรมชาติ ประเภทหินทราย หินภูเขา หินอ่อน หินแกรนิต หรือหินภูเขาไฟ ด้วยเทคโนโลยีของเครื่องมือในปัจจุบันที่พัฒนาจน สามารถ ตัด แต่ง ขัดหน้า หินธรรมชาติ ทำให้นำหินประเภทนี้มาใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งราคาก็ถูกลงกว่าในอดีต หินทรายหรือหินอ่อนบางขนาดราคาต่อตารางเมตรไม่กี่ร้อยบาท และปัจจุบันผู้ผลิตบางรายยังนำหินเหล่านี้มาเพิ่มมูลค่าโดยการทำร่องขนาดต่างๆ เพิ่มความหยาบของพื้นผิว ที่เรียกว่าหินกระแทกหน้าธรรมชาติ นำเศษหินเล็กๆมาตัดเป็นขนาดต่างๆ จากนั้นผนึกเป็นผืนเหมือนกระเบื้องโมเสด การติดตั้งหินประเภทนี้ต้องระมัดระวังเรื่องน้ำปูนเพราะหินธรรมชาติจะมีความพรุนสูง เมื่อติดตั้งแล้วควรทาน้ำยาเคลือบผิวป้องกันสิ่งสกปรก นอกจากนี้ยังมีวัสดุสังเคราะห์ หรือหินเทียม ที่ทำสีและพื้นผิวเหมือนหินธรรมชาติ โดยจะนำเศษหินธรรมชาติมาย่อยหรือบด เพื่อนำมาผสมกับวัสดุประสาน เช่น ซีเมนต์หรือเรซิ่น นำมาขึ้นรูปปั๊มลาย ทำร่อง โดยทำเหมือนกับที่แปรรูปหินธรรมชาติทั้งขนาดและลวดลาย ซึ่งจะมีข้อดีกว่าในเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่า ติดตั้งและดูแลรักษาได้ง่าย มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการขีดข่วน ไม่ซึมน้ำเพราะพื้นผิวไม่มีรูพรุน ไม่เป็นเชื้อรา และทำความสะอาดง่าย เหมาะจะนำมาทำเป็นท็อปเคาน์เตอร์ในครัวหรือในห้องน้ำ สามารถขึ้นรูปได้ตามที่ต้องการ มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
          วัสดุที่เป็นโลหะประเภทสแตนเสส อลูมิเนียม ทองเหลือง เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติไม่เป็นสนิม นำมาใช้ในงานก่อสร้างนานพอสมควร เช่น การทำราวกันตก รั้ว ประตู เหล็กดัดป้องกันขโมย หรือนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ห้องครัว ปกติครัวสแตนเลสจะนิยมใช้งานกันในร้านอาหารหรือครัวในโรงแรมต่างๆ เพราะมีความแข็งแรง ทนต่อการใช้งานหนักได้ดี เป็นวัสดุที่ไม่ซึมน้ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความเปียกชื้นสูง ทำความสะอาดง่าย เนื่องจากผิวของวัสดุไม่สะสมคราบสกปรก ปัจจุบันครัวในบ้านก็นิยมใช้สแตนเลสเป็นท็อปเคาน์เตอร์กันมากขึ้น เพราะทนต่อกรด ด่าง สารเคมี และทนความร้อนได้ดี มีให้เลือกใช้ทั้งแบบที่มีผิวมันเงาแบบผิวขัดด้าน หรือแบบปั๊มลายช่วยให้ครัวดูสวยงามและทันสมัย สำหรับสแตนเลสผิวมันวาวจะเกิดรอยขูดขีดและคราบน้ำมันได้ง่ายกว่า ดังนั้น ในการทำความสะอาดจึงไม่ควรใช้แผ่นใยขัดถูแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนขึ้น เส้นสแตนเลส ทองเหลืองและอลูมิเนียมขนาดต่างๆก็เช่นกันปัจจุบันนิยมนำมาตกแต่งร่วมกับผนังห้องน้ำ หรือเพิ่มลวดลายบนพื้นหินขัด พื้นหินล้าง พื้นหรือขัดมันปูนดิบเป็นต้น
          ยังมีวัสดุตกแต่งอีกมากมายที่สถาปนิกและผู้ออกแบบเลือกนำมาใช้ในการก่อสร้างบ้านหรืออาคาร เพื่อให้บ้านมีความสวยงามมีเอกลักษณ์ และมีคุณค่า แต่การเลือกใช้วัสดุใดก็ตามขอให้คำนึงถึงผลที่ตามมาด้วย ทั้งในเรื่องของการก่อสร้าง การติดตั้ง การดูแลรักษาและที่สำคัญคือควรเป็นวัสดุที่เป็นมิตรและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมนะครับ

ที่มานิตยสาร Decoration Guide ฉบับเดือนกรกฎาคม 2551

 
Back