วัสดุแห่ปรับราคารับเมกะโปรเจ็กต์ "ปูน-เหล็ก"จ่อขึ้นอีกระลอกฟันกำไรชดเชยขาดทุน Share
 

เศรษฐกิจฟื้น-น้ำมันพุ่ง-รถไฟฟ้าสายสีม่วงแจ้งเกิด ให้อานิสงส์วัสดุก่อสร้างแต่ หัววัน เผย "ปูนซีเมนต์" ทุกยี่ห้อราคาพุ่งพรวด แค่ 1 เดือนกว่าปรับขึ้นแล้ว 25-35 บาท/ถุง ร้านค้ามึนราคาเกือบชนเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด "เหล็กเส้น" จี้ติดปรับราคาต่อเนื่องแตะกิโลกรัมละ 20 บาทเศษ เผยยอดขายไตรมาส 3 ทำสถิติพุ่งขึ้น 20% สบช่องฟันกำไรชดเชยขาดทุนช่วงครึ่งปีแรก

แหล่งข่าวจากร้านจำหน่ายปูนซีเมนต์และเหล็กเส้นในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงสถานการณ์ตลาดปูนซีเมนต์และเหล็กเส้นในช่วงนี้ว่าระดับราคาซื้อขายเริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นหลังจากอยู่ในระดับทรงตัวมานาน โดยในส่วนของปูนซีเมนต์นั้นนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาราคามีความผันผวนอย่างมาก เนื่องจากผู้ผลิตปูนทุกรายทยอยปรับขึ้นราคาขายหน้าโรงงานในเวลาไล่เลี่ยกัน ถึงขณะนี้ปรับขึ้นไปแล้วเฉลี่ย รายละ 500-700 บาท/ตัน หรือถุงละ 25-35 บาท ซึ่งเกือบจะแตะเพดานราคา สูงสุดที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และมี แนวโน้มว่าจะทยอยปรับราคาอีกระลอก

จากที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ค้าปูนรายอื่นๆ ต่างได้รับชี้แจงจากผู้ผลิตเหมือนกันว่า สาเหตุที่ต้องปรับราคาปูนเป็นเพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ที่น่าสังเกตคือช่วงนี้ยอดขายปูนซีเมนต์ยังไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากนัก แต่โรงงานปูนกลับตัดสินใจปรับขึ้นราคา จึงอาจเป็นไปได้ว่านอกจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว ลึกๆ น่าจะมีเหตุผลอื่นด้วย

ขณะเดียวกันช่วงก่อนหน้านี้ปูนซีเมนต์แข่งขันราคากันค่อนข้างรุนแรงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ผลิตปูนบางรายที่เป็นโรงงานขนาดเล็กต้องตัดสินใจหยุดการเดินเครื่องจักร (เตาเผาปูนซีเมนต์) หันมาใช้วิธีซื้อปูนเม็ดจากผู้ผลิตรายอื่นๆ มาบดแล้วบรรจุถุงจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เนื่องจากปริมาณการขายปูนลดลงอย่างมากทำให้การเดินเครื่องจักรผลิตเองไม่คุ้มต้นทุน

"ถ้ามองในภาพรวมตอนนี้เริ่มมีสัญญาณบวกทั้งในภาคก่อสร้างและเศรษฐกิจโลก อย่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงตอนนี้ทางผู้รับเหมาก็อยู่ระหว่างให้ผู้ผลิตปูนเข้ามาเสนอราคา เช่นเดียวกับเศรษฐกิจทั่วโลกก็เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกให้เห็น ทำให้ผู้ผลิตปูนเริ่มมั่นใจ และกล้าปรับขึ้นราคา"

แหล่งข่าวกล่าวว่า ด้านความเคลื่อนไหวของราคาเหล็กเส้น ขณะนี้มีการปรับขึ้นราคาเล็กน้อยโดยปรับเพิ่มจากเดือนมิถุนายนประมาณ 1-2 บาท/กิโลกรัม ตามราคาวัตถุดิบ (บิลเลต) ในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น โดยปัจจุบันทางร้านจำหน่ายเหล็กเส้นในราคากิโลกรัมละ 20 บาทเศษ แนวโน้มว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาเหล็กเส้นจะปรับขึ้นเช่นเดียวกัน โดยอาจปรับขึ้นอีกเล็กน้อยไปอยู่ที่ 21-22 บาท/กิโลกรัม สาเหตุมาจาก 1) แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่เริ่มมีสัญญาณ ที่ดีขึ้น 2) ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และ 3) ช่วงที่ผ่านมาโรงงานเหล็กล้วนผลประกอบการขาดทุน เมื่อเห็นว่าตลาดเริ่ม ดีขึ้นจึงต้องการปรับขึ้นราคาเพื่อให้มีกำไร

"เดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมาทางร้านมียอดขายเหล็กเส้นเพิ่มขึ้นจากช่วง 6 เดือนแรกกว่า 20% เป็นประมาณ 2,000 ตัน ตอนนี้ก็ยังต้องลุ้นว่าจะมีโอกาสขยับขึ้นไปแตะเดือนละ 3,000 ตันได้หรือไม่ เพราะ 2 ไตรมาสที่ผ่านมายอดขายติดลบตลอด"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจราคาปูนซีเมนต์ (ขายปลีก) ตามร้านค้าวัสดุก่อสร้างในเขต กทม.และปริมณฑล ล่าสุดพบว่า ปูนซีเมนต์ถุง (50 กิโลกรัม) ทุกยี่ห้อราคาสูงขึ้นค่อนข้างมาก อาทิ ปูน ตราช้างราคาถุงละ 140 บาท ปูนตราเสือราคาถุงละ 130 บาท ปูนทีพีไอแดงถุงละ 140-145 บาท ปูนทีพีไอเขียวถุงละ 130-135 บาท ปูนอินทรีแดงถุงละ 140 บาท ปูนอินทรีเขียว 130 บาท ปูนตรา ดอกบัว 115-120 บาท ฯลฯ

ด้านนางสาวจันทนา สุขุมานนท์ รองประธานบริหาร (ลูกค้าสัมพันธ์) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตปูน "อินทรี" กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมาบริษัทปรับขึ้นราคาจำหน่ายปูนหน้าโรงงานขึ้นอีกตันละ 400 บาท โดยทยอยปรับขึ้น 2 ครั้ง ครั้งละ 200 บาท/ตัน เนื่องจากก่อนหน้านั้นขายปูนในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม สำหรับปูนอินทรีไม่ได้ปรับขึ้นราคาขายหน้าโรงงานจนเต็มเพดานราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพราะยังเหลือส่วนลด (ราคาหน้าโรงงาน) ให้กับเอเย่นต์ตันละประมาณ 100 บาท

"เข้าใจว่าเมื่อร้านค้าคำนวณต้นทุนค่าขนส่งบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทำให้ราคาขายปูนถุงตอนนี้ดูเหมือนว่าสูงกว่าเพดานราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เมื่อเร็วๆ นี้จึงมีข่าวกรมการค้าภายในออกสุ่มตรวจสอบตามร้านวัสดุก่อสร้างในกรุงเทพฯ"

สำหรับแนวโน้มราคาปูนซีเมนต์จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีจะไม่ปรับตัวลดลงอีก เพราะ แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมช่วงไตรมาส 3 น่าจะดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีความชัดเจนในการเริ่มการก่อสร้างแล้ว โดยผู้ผลิตปูนอยู่ระหว่างเสนอราคาปูนให้กับบริษัทผู้รับเหมาที่ชนะการประมูล

 

ที่มา นสพ.ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 10 กันยายน 2552
http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02rea01100952&sectionid=0217&day=2009-09-10