ดึงสวล.คุมตึกสูงรอบเกียกกาย Share
 

กรมโยธาฯเร่งกทม.ออกข้อบัญญัติคุมเข้มตึกสูง รอบสภาเกียกกาย แทนประกาศมหาดไทยที่หมดอายุลง ชี้ เกิดสุญญากาศ สามารถขึ้นอาคารทุกประเภท ยันยึดกฎหมายสวล. สร้างอาคารสูงใหญ่ ต้องผ่านอีไอเอ กทม.ยันไม่มียอดยื่นขออนุญาตเข้ามา
นายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยตีความ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่เขตบางซื่อ เขตดุสิต และเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 มีผลบังคับใช้วันที่ 29 มกราคม 2554 มีอายุ 1 ปี บริเวณรัศมีโดยรอบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันประกาศกระทรวงดังกล่าวหมดอายุลงมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะเดียวกัน กรมได้เคยขอผ่อนผันต่ออายุประกาศกระทรวงดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี นับจากวันหมดอายุ คือ 28 มกราคม 2555 เพื่อให้กรุงเทพมหานคร ออกข้อบัญญัติกทม. ควบคุมพื้นที่ดังกล่าวให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงดังกล่าว ต่อไปในระยะยาวได้ทัน เพราะต้องใช้เวลานาน
อย่างไรก็ดี กระทรวงมหาดไทยตีความตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ว่า กรมไม่สามารถออก ประกาศซ้ำได้ แต่ควรออกเป็นข้อบัญญัติตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวสามารถขออนุญาตพัฒนาอาคารสูงอาคารขนาดใหญ่ได้ตามผังเมืองรวมกทม. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มองว่า ยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องควบคุม โดยเฉพาะกฎหมาย สิ่งแวดล้อม อาคารสูงอาคารใหญ่อาคารที่อาจส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ต้องยื่นขออีไอเอ หรือทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีอาคารสูงบดบังทัศนียภาพ สำหรับสาระสำคัญที่ ข้อบัญญัติกทม. จะต้องออกให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ กำหนดระยะควบคุมการก่อสร้างไว้ 2 ระยะ ระยะแรกจากรั้วอาคารรัฐสภาใหม่โดยรอบ 300 เมตร ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 15 เมตรหรือ ประมาณ 5 ชั้น อาทิ ที่พักอาศัย โรงงานทุกประเภท โรงมหรสพ อาคารสถานีขนส่งตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก อาคารเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดที่มีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 10 ตารางเมตร หรือเพื่อการค้าหรือก่อให้เกิดความรำคาญตามกฎหมายว่าด้วย การสาธารณสุข รวมถึงอาคารขนาดใหญ่ทุกประเภท ตลอดพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 300 ตารางเมตร ป้ายโฆษณา โรงกำจัดขยะ สุสาน ฯลฯ
ส่วนระยะที่ 2 ซึ่งเป็นบริเวณถัดจากระยะแรกออกไปอีก 500 เมตร ห้ามก่อสร้างอาคารที่มีความสูงเกิน 23 เมตร หรือ 8 ชั้น โดยเฉพาะอาคารชุดพักอาศัย และอาคารทุกประเภทที่กล่าวมาแล้วในระยะแรก
รัศมี 800 เมตรดังกล่าว จะครอบคลุมพื้นที่ไปถึงพื้นที่บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางซื่อ ส่วนฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะครอบคลุมไปถึงฝั่งธนบุรี ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด ซึ่งใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณนี้มีความกว้างเพียง 300 เมตร
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้กทม.ได้เร่งรัด ข้อบัญญัติควบคุมอาคาร บริเวณโดยรอบที่ตั้งอาคารรัฐสภา เกียกกาย แม้ว่าปัจจุบันจะเกิดสุญญากาศ จากกรณีที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยหมดอายุลง และยังไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายรองรับต่อเนื่อง เอกชนสามารถขออนุญาตพัฒนาตึกสูงได้ แต่ ในทางปฏิบัติ จะถูกควบคุมจากขั้นตอนการขออนุญาต อีไอเอ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ควบคุมอยู่ เพราะแม้ว่าอาคารสูงอาคารใหญ่จะเกิดขึ้นได้ ในพื้นที่ตามกฎหมายควบคุมอาคารและผังเมือง แต่หาก คณะกรรมการผู้ชำนาญการ อีไอเอ มองว่า อาคารดังกล่าวอาจบดบังทัศนียภาพ อาคารรัฐสภาใหม่ที่เกียกกาย และอยู่ระหว่างร่างข้อบัญญัติควบคุมต่อเนื่อง แน่นอนว่าทุกโครงการที่ขออนุญาตจะถูกเบรกด้วย อีไอเอ เหมือนกับโครงการเดอะสเตชั่นเกียกกาย คอนโดมิเนียม ของบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) ที่ ประสบมา และต้องคืนเงินจองให้กับลูกค้าไปแล้ว

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 29 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2555
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=119261:2012-04-27-03-39-47&catid=128:-real-estate-&Itemid=478