Share
 
 

เผลอแป๊บเดียว...อีกเดือนเศษๆก็จะสิ้นปีแล้ว ช่วงนี้ถือเป็นการก้าวผ่านช่วงโค้งสุดท้ายและกำลังจะเข้าทางตรงเพื่อมุ่งสู่เส้นชัยปี 2550 ที่หลายฝ่ายเคยตั้งเป้าหมายไว้เมื่อครั้งเริ่มต้นออกตัวเมื่อย่างเข้าสู่ปีนี้เมื่อ 11 เดือนที่แล้ว สำหรับสภาพเศรษฐกิจ การค้าการขาย การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคและประชาชนในปีนี้ ถือว่าค่อนข้างฝืดเคืองอันมีผลมาจากปัญหาความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคและประชาชน และดูจะโหดร้ายเหลือเกินจริงๆ เมื่อต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น อันเป็นผลกระทบมาจากราคาน้ำเบนซินและดีเซลที่ปรับตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งในสินค้าบริโภคราคาถูกเพื่อคนจน ยังทนไม่ไหวและต้องขอปรับเพิ่มราคาจำหน่ายอีกซองละ 1 บาท ความจริงอาจจะดูไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนอะไรนัก เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันเต็มที่เฉลี่ยนวันละไม่เกิน 1ซอง ต่อให้ซื้อกินทุกวันอย่างดีก็แค่ควักเงินในกระเป๋าเพิ่มเพียงเดือนละ 30 บาทเท่านั้น...ไม่น่าจะเดือนร้อนอะไร

ความวิตกกังวลนั้นมิได้ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า ที่ต้องควักจ่ายเพิ่มซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกซองละ 1 บาท แต่โดยนัยของการปรับราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น มันเป็นสิ่งสะท้อนให้ผู้บริโภคและประชาชนรู้ว่าสินค้าอุปโภคและบริโภคอื่นๆจะแห่กันปรับขึ้นราคากันครั้งใหญ่ เพราะแม้สินค้าเพื่อคนจนอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังยืนราคาเดิมต่อไปไม่ไหว ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องเตรียมตัวและปรับตัวเองให้พร้อมรับกับค่าครองชีพใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลง ยังไงก็ตามสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคงมิใช่มีแต่เรื่องเลวร้ายทั้งหมด เพราะทุกๆวิกฤติก็ย่อมมีโอกาสเช่นกัน เพียงแต่เราต้องเรียนรู้และปรับตัวสู้กับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้นะครับ

สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านปี 2550 นี้ แม้ว่าผู้ประกอบการจะแข่งขันกันอย่างรุนแรงตลอดปี แต่ที่น่ายินดีก็คือ ทั้งผู้นำและผู้ตามในธุรกิจรับสร้างบ้าน ต่างหันมาแข่งกันพัฒนาสินค้าและบริการกันมากขึ้น ทั้งๆที่ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อถดถอยลง แต่กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้กล้าจะแข่งขันกันแบบสวนกระแส หากจะเปรียบเทียบกับธุรกิจบ้านจัดสรรที่บรรดาผู้ประกอบการ ต่างหันมาปรับลดต้นทุนและคุณภาพลงมา เพื่อจะประหยัดต้นทุนและต้องการให้ราคาบ้านต่ำลง สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงเช่นกัน ดังนั้นจะเห็นว่า 2 ธุรกิจนี้มุ่งสู่การพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองผู้บริโภคในทางตรงข้ามกัน และผลลัพธ์ก็เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น เมื่อผู้บริโภคหันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านแทนการซื้อบ้านจัดสรรสำเร็จรูปมากขึ้นตามลำดับ โดยนัยนี้กำลังชี้ให้รู้ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อการมีที่อยู่อาศัยหลังใหม่

 ในส่วน พีดี เฮ้าส์ นอกจากจะไม่หยุดนิ่งต่อการพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองแล้ว ยังพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้าน ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอด และพยายามจะจุดประกายหรือเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อจะยกระดับผู้ประกอบการรายเล็ก-รายกลาง และภาพรวมของบริษัทรับสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น นอกจากนี้ยังริเริ่มและเป็นผู้นำการขยายตลาดรับสร้างบ้านออกไปยังต่างจังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้สู่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่หรือขยายไปสู่ตลาดใหม่ เพื่อสร้างฐานของตลาดรับสร้างบ้านให้กว้างออกไป โดยในแง่ของผู้บริโภคนั้นก็จะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้น เมื่อผู้ประกอบการชั้นนำมีการแข่งกันกัน มุ่งตอบสนองการให้บริการผู้บริโภคในต่างจังหวัดมากขึ้น...

หลายท่านอาจจะเข้าใจว่า พีดี เฮ้าส์ ต้องการบุกตลาดต่างจังหวัด และถอยออกจากการแข่งขันในตลาดรับสร้างบ้านกรุงเทพฯ...หรือไม่ ผู้เขียนขอบอกว่าไม่ใช่ครับ แต่เป็นเพราะมีปัจจัยที่ส่งผลให้ลูกค้ากรุงเทพฯของบริษัทฯลดลงไป ฉบับหน้าจะมาคุยกันต่อครับ

 

 

นายสิทธิพร สุวรรณสุต

ประธานกรรมการ

กลับไปหน้าหลัก