ขณะนั่งปั่นต้นฉบับอยู่นี้ก็ใกล้จะผ่านเดือนที่ 2 ของปีมังกรทองแล้ว ทั้งนี้จากการที่มีโอกาสพูดคุยกับผู้จัดการและทีมงานขายหลายๆ สาขา ต่างบอกตรงกันว่ามีผู้สนใจเข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลเรื่องสร้างบ้านในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก แม้ว่าส่วนใหญ่จะยังไม่ได้ตัดสินใจสร้างบ้านทันที เนื่องจากต้องการศึกษารายละเอียดและปรึกษาหารือกันในครอบครัวก่อน แต่ก็มีสัญญาณที่ดีว่าจะสามารถตัดสินใจได้ในเร็วๆ นี้ ที่ยังลังเลใจอยู่บ้างก็มีสาเหตุหลักๆ คือ กลัวน้ำจะท่วมซ้ำอีกในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความต้องการสร้างบ้านในปีนี้ แต่ยังมีความกังวลกับปัญหาน้ำท่วม ส่วนหนึ่งก็รู้สึกคลายกังวลลงไปไม่น้อย เมื่อทีมงานได้นำเสนอทางออกหรือการป้องกันน้ำท่วมบ้านได้ในระดับหนึ่ง นั่นก็คือแนะนำแบบบ้านมาตรฐานรุ่น "บ้านยกพื้นสูง"ให้เป็นทางเลือกสำหรับบ้านหลังใหม่ และสำหรับบางท่านที่ชื่นชอบแบบบ้านมาตรฐานอื่นๆ ทีมงานฝ่ายขายก็เสนอโปรโมชั่นพิเศษ "ฟรี ยกระดับพื้นบ้าน" สูงขึ้นจากระดับเดิมอีกเป็น 80-105 เซ็นติเมตร
ผู้เขียนเอง บอกตามตรงว่ารู้สึกดีใจที่โปรโมชั่นรายการนี้ ได้รับความสนใจจากทุกท่านที่กำลังจะสร้างบ้านหลังใหม่ ทั้งๆ ที่ก่อนจะออกแคมเปญนี้ทีมงานฝ่ายการตลาดเองก็ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะคิดและเชื่อว่ามันธรรมด๊าธรรมดาในสายตาของทีมงานเราทุกคน เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนลดหรือของแถมอื่นๆ แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจเลือกรายการนี้ เพราะเลือกที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (มิใช่ ความต้องการของเรา)นั่นคือ แก้ปัญหาความวิตกกังวลที่ลูกค้ามี ซึ่งทีมงานฝ่ายการตลาดก็ได้มีการสำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในเรื่องดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ยอมรับว่าแรกๆ ที่นำแคมเปญนี้ไปสอบถามความเห็นกับกลุ่มตัวอย่างทั่วไป (มิใช่ กลุ่มเป้าหมาย) บ้างก็ส่ายหัว บ้างก็หัวเราะ บ้างก็เย้ยหยันว่าคิดได้แค่นี้เองหรือ ฯลฯ แต่ดีที่ว่าทีมงานฝ่ายการตลาดและผู้บริหารหนักแน่นพอและไม่เปลี่ยนใจ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความพึงพอใจของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ นั่นเอง อย่างไรก็ดีแคมเปญ "บ้านยกพื้นสูง"นี้จะสิ้นสุดแค่เดือนมีนาคมนี้เท่านั้น เหตุผลก็เพราะว่าตั้งแต่ไตรมาส 2เป็นต้นไป บริษัทฯ ต้องมีการทบทวนต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาขายบ้านกันใหม่ เนื่องจากราคาค่าแรงขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศใช้จะส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตทุกภาคส่วน

ปัจจุบันเจ้าของสินค้าหลายๆ รายก็มีการประชุมหารือกันบ้างแล้วว่าจะปรับราคากันอย่างไร ซึ่งทุกฝ่ายก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยกันประคับประคองราคาไม่ให้พุ่งทะยานสูงขึ้นไปมาก ส่วนไหนแบกรับกันไว้ได้ก็รับกันไป จะไม่พยายามผลักภาระให้ผู้บริโภคแต่เพียงฝ่ายเดียว ในส่วนของผู้เขียนเองก็ขอเรียนว่าหนักใจไม่น้อยกับต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น ภายใต้สถานการณ์และความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อภัยธรรมชาติ เพราะยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมกันทั้งสองฝ่าย เอาเถอะครับภายใต้ปัจจัยลบที่ประดังเข้ามา ก็ยังมีปัจจัยบวกอยู่บ้างคือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลงบ้างแล้ว แม้จะเป็นเพียงแสงสว่างเล็กๆ แต่ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์คงพอจะมองเห็นโอกาสฟื้นคืนธุรกิจและกระตุ้นกำลังซื้อกลับคืนมาในปีมังกรนี้ สำหรับผู้เขียนเองก็มอบหมายทีมงานเตรียมแผนการตลาดไว้พร้อมแล้วครับ...
นายสิทธิพร สุวรรณสุต
ประธานกรรมการ
|