พฤติกรรมคนสร้างบ้านหันกู้แบงก์เหตุอยากได้เร็ว-หวั่นอนาคตราคาแพงขึ้น
 

ASTVผู้จัดการรายวัน- พีดีเฮ้าส์ เปิดผลสำรวจพฤติกรรมความต้องการสร้างบ้าน 6 เดือนแรกของปี 53 พบข้อมูลสำคัญ กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการสร้างบ้านเกือบ 80% หันพึ่งเงินกู้แทนการใช้เงินออม ชี้ได้ที่อยู่อาศัยเร็วขึ้น หวั่นราคาแพงขึ้นในอนาคต ยืนยันมูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านปีนี้เติบโตลดลงเหลือ 3-5%
       
       ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลลอป จำกัด หรือรู้จักกันในนาม ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์

เปิดเผยผลสำรวจออนไลน์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) จากลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,548 รายทั่วประเทศ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวน 364 ราย เกี่ยวกับความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินตัวเองทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ ที่มาของเงินลงทุนสร้างบ้านหลังใหม่ ” มาจากแหล่งใดระหว่าง “เงินออม” กับ “เงินกู้ยืมธนาคาร” โดยผลสำรวจครั้งนี้มีความน่าสนใจ หากนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมเมื่อ 5-6 ปีก่อน ที่เคยพบว่าผู้บริโภคที่ใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านกว่า 60% นิยมใช้ “เงินออม” สร้างบ้านหลังใหม่ ในขณะที่มีเพียง 30% เศษเท่านั้นที่เลือกใช้ “เงินกู้ยืมธนาคาร”
       
       แต่จากผลการสำรวจความเห็นครั้งล่าสุดนี้ กลุ่มเป้าหมายตัวอย่างหรือผู้บริโภคที่ต้องการจะสร้างบ้านหลังใหม่ บนที่ดินของตัวเองในปีนี้และอีก 1-2 ปีข้างหน้า กลับพบว่าเกือบ 80% ต้องการจะ “กู้ยืมธนาคาร” และมีเพียง 20% เท่านั้นที่จะใช้ “เงินออมหรือเงินสด”
       
       ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจฯ เปิดเผยจากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาผู้บริโภคยังมองว่าการกู้ยืมเงินธนาคารฯ เพื่อปลูกสร้างบ้านเป็นเรื่องยุ่งยาก และส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อนว่าสามารถกู้ยืมได้ อาจเป็นเพราะขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีพอจากฝ่ายผู้ประกอบการและสถาบันการเงิน รวมถึงที่ผ่านมาขาดการอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคที่ต้องการใช้บริการ นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 55% เห็นว่าเหตุผลสำคัญที่ต้องการใช้เงินกู้ยืมธนาคารเพื่อปลูกสร้างบ้านเพราะเห็นว่าทำให้มีบ้านเร็วขึ้น และคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยที่จ่าย เหตุผลรองลงมากลุ่มตัวอย่างจำนวน 37% เห็นว่าการออมเงินอาจไม่ทันกับราคาบ้านที่แพงขึ้นทุกปี

       
       “ ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านควรหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริษัทรับสร้างบ้านต้องเร่งปรับตัวให้มีการบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อสถาบันการเงินจะได้ไว้วางใจและสนับสนุนสินเชื่อปลูกสร้างบ้านแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงผู้ประกอบการเกิดใหม่หรือที่เข้ามาสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ไม่นานก็ตาม การมีระบบการบริหารจัดการที่ดีและมีความเป็นมืออาชีพจริงคือสิ่งสำคัญ โดยอาจใช้วิธีเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับมืออาชีพตัวจริงที่มีประสบการณ์มานาน อย่างเช่น โมเดลธุรกิจใหม่ในรูปแบบแฟรนไชส์รับสร้างบ้าน ซึ่งในปัจจุบันสถาบันการเงินก็อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้เช่นกัน”
       
       สำหรับภาพรวมตลาด ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจฯ คาดว่ามูลค่าตลาดรับสร้างบ้านทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดตลอดปี 2553 อาจจะเติบโตลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ ไว้ก่อนหน้านี้ จากเดิมคาดว่าเติบโตประมาณ 5-8% เหลือเพียง 3-5% พร้อมชี้ว่ากลุ่มผู้ประกอบการควรขยายการให้บริการรับสร้างบ้านไปสู่ตลาดใหม่ๆ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและประชาชนในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น เพื่อจะช่วยชดเชยกำลังซื้อในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่หายไปในช่วง 6 เดือนกลับคืนมา มิฉะนั้นโอกาสที่จะทำมูลค่ารวมตลาดรับสร้างบ้านเติบโตดังที่คาดไว้คงยากจะเป็นจริง

       
       นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัดกล่าวเสริมว่าในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ทั้ง 17 สาขา พบว่ากว่า 70% ต้องการกู้ยืมเงินเพื่อสร้างบ้านและผ่อนชำระกับธนาคาร ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการจะยังได้รับสิทธิและอัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำกว่าทั่วๆไป โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ
       
       “ ปัจจุบันธนาคารหลักที่ให้การสนับสนุนสินเชื่อปลูกสร้างบ้านแก่ลูกค้าของศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น”นายสิทธิพรกล่าวถึงการยอมรับของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำต่อธุรกิจพีดีเฮ้าส์.

ที่มา  ASTVผู้จัดการรายวัน  วันที่ 29 มิถุนายน 2553
http://www.manager.co.th/daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000089198