ปูนซิเมนต์ไทยลงทุนเวียดนาม ชูแบรนด์ "SCG-คอตโต้" เจาะตลาด
 

กว่า 20 ปีแล้วที่ยักษ์ธุรกิจกลุ่ม SCG ขยายฐานธุรกิจใน ประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่างเวียดนามมีพื้นที่เป้าหมาย 2 เมืองหลัก คือ "กรุงฮานอย" และ "นครโฮจิมินห์"

ที่ผ่านมากลุ่ม SCG ลงทุนในเวียดนามแล้ว 9 บริษัท มูลค่าการลงทุนสะสมรวม 320 ล้านเหรียญสหรัฐ มียอดขายรวมกว่า 280 ล้านเหรียญ สหรัฐ และก่อนหน้านี้ได้ประกาศแผนลงทุนใหญ่คือ ก่อสร้างโรงงานปูนซีเมนต์งบลงทุน 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มูลค่ากว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ภายในปี (พ.ศ. 2559)

ปัจจุบันแม้ว่าเวียดนามกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อที่พุ่งสูงกว่า 10% และความกังวลว่าอาจจะเกิดฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ SCG เชื่อว่ารัฐบาลเวียดนามจะ "แก้เกม" ปัญหาต่างๆ ได้

โดย "เทพ วงษ์วาณิช" Country Executive Director Vietnam บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ให้เหตุผลว่า เพราะปัจจัยพื้นฐานเวียดนามยังแข็งแกร่ง

คาดการณ์ว่าอัตรา "จีดีพี" มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องได้อีก 5 ปี ไม่ต่ำกว่าปีละ 6-7% ถือว่ายังเป็นตลาดที่น่าสนใจต่อการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจกระดาษ วัสดุก่อสร้าง และปิโตรเคมี

"สินค้า SCG ในเวียดนามจะมี 2 แบรนด์หลักคือ กลุ่มวัสดุก่อสร้างและกระดาษใช้แบรนด์ SCG (ตราช้าง) ส่วนสุขภัณฑ์ใช้แบรนด์คอตโต้"

ผุดโชว์รูมบริการข้อมูลลูกค้า

ล่าสุด SCG เปิดโชว์รูมบริการข้อมูลสินค้า บนถนน Troung Chinh กรุงฮานอย เนื้อที่ประมาณ 660 ตารางเมตร เพื่อให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาสถาปนิกและลูกค้ารายย่อยในด้านการออกแบบ แนวคิดสถาปัตยกรรม โดยโฟกัสที่ลูกค้าระดับกลาง-บนเป็นหลัก ซึ่งประเมินว่ามีสัดส่วน 30% ของประชากรเวียดนามประมาณ 90 ล้านคน

"สัตถวัจน์ ทิตาราม" Vietnam Country Director บริษัท เอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด บอกว่า อีกเหตุผลการเปิดโชว์รูมเป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในเวียดนาม อาทิ สมาร์ทบอร์ด, สมาร์ทวูด, กระเบื้องหลังคาเซรามิค,กระเบื้องหลังคาคอนกรีต, ฉนวนกันความร้อนและกันเสียง, กระเบื้องปูพื้น, สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ ฯลฯ มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง

โดยปีนี้ SCG ตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในเวียดนาม 420 ล้านบาท (13 ล้านเหรียญสหรัฐ) และอีก 5 ปีข้างเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท (ประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ) มีเอเย่นต์ทั่วประเทศเพิ่มเป็น 50 ราย

นอกจากนี้ยังมีแผนมีจะเปิดโชว์รูมเพิ่มอีก 1 แห่งในเมืองหลวงโฮจิมินห์ซิตี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน ปีนี้ใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท

ทุ่ม 3-4 พันล้านกลุ่มกระดาษ

สำหรับอุตสาหกรรมอนาคตไกล ที่ SCG มีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มช่วงนี้ คือ "กระดาษบรรจุภัณฑ์" (กระดาษคราฟท์) เป็นผลจากความต้องการใช้ในเวียดนามมีจำนวน 1 ล้านตันต่อปี แต่มีกำลังการผลิตเพียง 8 แสนตันต่อปี

"โฉลกพร ผลชีวิน" General Director บริษัท วีนา คราฟท์ เปเปอร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า SCG มีแผนขยายกำลังผลิตกระดาษคราฟท์ในเวียดนาม คาดว่าจะลงทุน 3,000-4,000 ล้านบาท จากที่ลงทุนไปแล้ว 6,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 2.2 แสนตันต่อปี

"ปัจจุบัน SCG มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วน 20% ของตลาดรวม และปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตอีก 20% หรือมียอดขายประมาณ 3,200 ล้านบาท"

นี่คือการวางหมาก "เกม" ธุรกิจของยักษ์ SCG เพื่อก้าวไปสู่ผู้นำอาเซียน!

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 20 มีนาคม 2554
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1300587702&grpid=&catid=07&subcatid=0700