อสังหาฯ‘ขอนแก่น’เนื้อหอม
 

ระบุ‘ทำเลทองอาเซียน’ธุรกิจแห่ลงทุน

“เมืองหมอแคน” เนื้อหอม นักลงทุนแห่เข้าสำรวจพื้นที่เตรียมย้าย ฐานผลิต พร้อมลงทุนรองรับเปิดเสรีอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า ระบุที่ตั้งได้ เปรียบอยู่ในจุดศูนย์กลางภูมิภาค แถม ปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหว ประธาน อุตฯ ขอนแก่นระบุเอสเอ็มอีญี่ปุ่นจ่อย้าย ฐานมาไทย ขณะที่นายกอสังหาฯขอนแก่นเผย อำเภอชุมแพ-มัญจาคีรีบูม นัก ลงทุนกว้านซื้อที่สร้างนิคมฯ

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คือปี 2558 ประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน เปิดเสรีการค้าอาเซียน การย้ายแรงงาน ทุน หรือด้านอื่นๆ จะดำเนินไปโดยเสรี โดย เฉพาะภาคอีสาน ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของภูมิภาคพอดี ไม่ว่าจะไปทางด้านจีนก็ไม่ไกลมาก ไปด้านอินเดีย ระยะทางก็ไม่ต่างจากจีนมากนัก ขณะที่ทั้งจีนและอินเดียมีประชากรเมื่อรวมกันแล้วประมาณ 2,000 กว่าล้านคน เมื่อรวมกับชาติอาเซียน เกือบประมาณ 3,000 ล้านคน หรือประมาณ 1 /3 ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ เป็นที่หมายปองของนักลงทุนนักธุรกิจ นอกเหนือไปจากนั้น เมื่อสำรวจย้อนหลังไป 100 ปี อีสานยังไม่พบแผ่นดินไหว ไม่มีภัยธรรมชาติที่น่ากลัว จากปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนและนักธุรกิจทั้งหลาย

เมื่ออีสาน เป็นจุดศูนย์กลาง การย้ายฐานการผลิตมายังอีสานมีขึ้น เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าไปทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก ดังนั้นไม่เฉพาะคนในถบเอเชียเท่านั้นที่สนใจจะมาลงทุนภาคอีสาน ทั้งอเมริกา ยุโรป ต่างทยอยเข้ามาสำรวจพื้นที่ในภาคอีสานแทบทุกตารางนิ้ว ส่งผลให้ให้นายหน้าค้าที่ดินเริ่มกว้านซื้อที่ดินกักตุนไว้เก็งกำไรให้กับนักลงทุนที่จะเข้ามาในอนาคตอันใกล้นี้

นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในจังหวัดขอนแก่นว่า ขณะนี้มีนักลงทุนจำนวนมากสนใจจังหวัดขอนแก่น และเริ่มเข้ามาลงทุนมากขึ้น เนื่องจากจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุนที่ในอนาคตจะสามารถเชื่อมต่อภูมิภาคต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมทั้งระยะทางไม่ไกล ซึ่งนักลงทุนที่เข้ามามีทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ จนทำให้คนเริ่มซื้อที่ดินไว้เพื่อเก็งกำไร

“แนวโน้มที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในญี่ปุ่นจะย้ายฐานเข้ามาเมืองไทยมีค่อนข้างมาก เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดโอกาสให้ย้ายฐายการผลิตออกนอกประเทศเพื่อลดความเสี่ยงนอกเหนือจากบริษัทขนาดใหญ่ และขอนแก่นเองมีพื้นที่หรือภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมมีความเสี่ยงภัยน้อย ซึ่งสถานการณ์ในญี่ปุ่นน่าจะส่งผลดีกับเราในแง่ด้านการลงทุน แต่จะกระทบการส่งออกบ้างประมาณ 10% ของ GDP สำหรับการส่งออกในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับอีกบริษัทหนึ่งที่มีทุนมากพอๆ กับเทมาเซกที่จะเข้ามา ได้แก่ บริษัท One North Capital ซึ่งเป็นบริษัทของเอกชนชาวสิงคโปร์ บริษัทดังกล่าวสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในขอนแก่น ทั้งในด้านพรอพเพอร์ตี้ หุ้น และอี่นๆ ซึ่งบริษัทนี้มีเงินทุนมากกว่าแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มากกว่าศิวาลัย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้ประกอบการในขอนแก่น หากต้องรับมือกับบริษัทขนาดใหญ่เช่นนี้

ด้านนายชาญณรงค์ บุริสตระกูล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับการขยายตัวที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นยังขยายต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้หวือหวาเท่าที่ควร มีมาเรื่อยๆ ซึ่งสัดส่วนของลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนไทย จะมีต่างชาติบ้างประมาณ 3 - 5 % สาเหตุเพราะการเมืองไทยไม่สงบ ค่าเงินบาทแข็ง และเศรษฐกิจของต่างประเทศไม่ดี รวมถึงปัญหากรรมสิทธิ์ด้วย ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกลดลงจากไตรมาสแรกของปีก่อนเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มด้านที่อยู่อาศัยยังสามารถขยายตัวได้อีกในปีนี้ โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้เปิดเทอม ซึ่งจะมีผู้ปกครองมาหาที่อยู่ให้กับบุตรหลานเพื่อเป็นที่พักสำหรับช่วงที่เข้ามาเรียนในขอนแก่น และช่วงเลือกตั้ง การค้าขายจะคึกคักขึ้นมาบ้าง รวมถึงการลงทุนใหม่ๆ ที่ทยอยเข้ามาในขอนแก่นเรื่อยๆ แต่ในด้านการปล่อยสินเชื่อของธนาคารจะยากขึ้น คนจะซื้อบ้านหลังเล็กลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างแพงขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงวัสดุเริ่มจะขาดแคลนตลาด เนื่องจากส่งไปซ่อมแซมในจังหวัดภาคใต้ที่มีน้ำท่วม

“ช่วงนี้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยหรือการซื้อที่เพื่อตั้งโรงงาน โกดังกระจายสินค้าสินค้า การลงทุนด้านลอจิสติกส์ กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเส้นทางไปทาง อ.ชุมแพ และ อ.มัญจาคีรี ทำให้ที่ดินบริเวณดังกล่าวมีคนเข้ามากว้านซื้อเพื่อเก็งกำไรไว้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังจะมีคนที่เข้ามาลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งใช้เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อเตรียมรองรับการย้ายฐานการผลิตมายังขอนแก่น เพราะขอนแก่นจะเป็นศูนย์การค้าในแถบอาเซียน ทำให้คนสนใจที่จะเข้ามาลงทุน”นายกอสังหาริมทรัพย์ตจังหวัดขอนแก่น กล่าว

นายชาญณรงค์ กล่าวต่อว่า โดยตอนนี้จะเห็นว่าเริ่มมีโรงงานต่างๆ เข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งความต้องการแรงงานก็เพิ่มสูงตาม แต่แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานที่มีฝีมือ เมื่อมีโรงงานการทำที่สำหรับคนงานหรือหอพักต่างๆ ก็จะตามมา ดังนั้นการขยายตัวของที่อยู่อาศัยในจังหวัดขอนแก่นจึงยังสามารถเติบโตได้อีก

ด้านนางนภัทร อาธขันธุ์ ตัวแทนขายอิสระ ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งขายสินเชื่อโครงการบ้านจัดสรร กล่าวว่า ลูกค้า 70% เป็นคนไทยจะซื้อบ้านเป็นสินเชื่อธนาคารและส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการ ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นคนไทยที่ได้แฟนเป็นชาวต่างชาติ ซื้อบ้านด้วยเงินสด ตอนนี้การขายบ้านให้กับคนไทยที่มีแฟนชาวต่างชาติทำได้ง่าย การตัดสินใจค่อนข้างรวดเร็ว และขณะนี้มีคนไทยที่มีแฟนชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

การขยายตัวของเมือง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการค้าการลงทุน ถึงแม้จะส่งผลดีต่อความเป็นอยู่ แต่หากการจัดการหรือบริหารของฝ่ายปกครองบกพร่อง ปัญหาสังคมก็จะตามมา ทั้งด้านอาชญากรรม ความเหลื่อมล้ำด้านสังคม ปัญหายาเสพติด มลภาวะเป็นพิษ น้ำเสีย ปัญหาจราจร สิ่งเหล่านี้หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เตรียมรับมือให้ดี ผลเสียก็จะเกิด ดังเมืองใหญ่ที่เคยประสบมาแล้ว และแก้ไม่มีวันจบ เช่น ที่กรุงเทพฯ หรือระยองเป็นต้น


ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ สยามเศรษฐกิจ  วันที่ 23 - 26 เมษายน 2554
http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413352626