ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเรา รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็น ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าของบริษัททุกๆ ท่าน

03 เม.ย.2560

พีดีเฮ้าส์ โอ่กวาด 36 รางวัลบ้านอนุรักษ์พลังงาน ชูจุดขาย Q1 กวาดยอดขาย 300 ล้าน

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวประชาสัมพันธ์

Google Plus
 




       พีดีเฮ้าส์ ส่องตลาดบ้านสร้างเอง 3 เดือนแรกปี 60 คึกคักแต่แข่งราคารุนแรง เหตุกำลังซื้อแค่เริ่มฟื้นตัวแต่ผู้ประกอบการแห่เข้ามาใหม่เพียบ ชี้รายใหญ่-เล็ก-ผู้รับเหมา รุมชิงเค้กบ้าน 2-3 ล้านบาทส่งผลอุณหภูมิแข่งขันเดือดสุด ด้านพีดีเฮ้าส์โอ่กวาดรางวัลบ้านอนุรักษ์พลังงานมากที่สุด 36 รางวัล ชูเป็นจุดขายควบคู่โปรโมชั่นทั้งลดและแถม ฟันยอดขายไตรมาสแรก 300 ล้านบาท เผยปีนี้ยกระดับความเข้มข้นด้านคุณภาพและบริการ ระบบแฟรนไชส์รับสร้างบ้าน พบสาขาใดไม่ได้มาตรฐานหรือผิดสัญญา และไม่ซื่อต่อผู้บริโภคเจอโละทิ้งแน่ เชื่อระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือคัดเข้ารายใหม่และคัดออกรายที่ไม่ซื่อได้ดี

         นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศในช่วง 3 เดือนแรกปี 2560 นี้ (ม.ค.-มีค.) แม้จะดูคึกคักกว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา แต่พบว่าการแข่งขันของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ทั้งรับสร้างบ้านรายกลาง-รายเล็ก ผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป ไม่เว้นแม้กระทั่งรายผู้นำและรายใหญ่ ต่างหันมาเน้นแข่งขันตัดราคากันดุเดือด โดยเฉพาะตลาดบ้านสร้างเองในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว ขณะเดียวกันตลาดบ้านสร้างเองในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลักๆ ในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ฯลฯ ปีนี้พบว่ามีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาแข่งขันเพิ่มมากขึ้น และเป็นเหตุให้สงครามราคาเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 

  
 

         “ปัจจุบันค่าก่อสร้างบ้านคุณภาพระดับปานกลาง-สูง ของกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำ ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 15,000 บาทขึ้นไปจนถึง 30,000 บาท (พื้นที่ใช้สอย 100 ตรม.ขึ้นไป) โดยขึ้นอยู่กับดีไซน์แบบบ้านและความสวยงาม คุณภาพวัสดุ การให้บริการก่อนการขายและหลังการขายหรือการรับประกัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ผู้ประกอบการกลุ่มผู้นำใช้แข่งขันและจูงใจผู้บริโภค ในขณะที่รายเล็กและผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป ที่เน้นจับตลาดล่างหรือกลุ่มลูกค้าที่ไม่เน้นดีไซน์หรือคุณภาพวัสดุ และความน่าเชื่อถือมากนัก ราคาค่าก่อสร้างบ้านเริ่มต้นเฉลี่ย 12,500 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายไตรมาสแรก บริษัทรับสร้างบ้านกลุ่มผู้นำบางรายเร่งโหมทำการตลาด โดยหันมารุกจับกลุ่มตลาดล่าง และแข่งขันกับรายเล็กหรือผู้รับเหมารายย่อยมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิตลาดบ้านสร้างเองราคา 2 - 3 ล้านบาทสูงขึ้นในทันที”

         สำหรับกลยุทธ์การแข่งขันของศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์นั้น ยังคงชูความเป็นผู้นำสร้างบ้านประหยัดพลังงานเป็นจุดขาย และใช้แข่งขันกับคู่แข่งในตลาดรับสร้างบ้าน ล่าสุดปี 2560 นี้บริษัทฯ สามารถกวาดรางวัลบ้านอนุรักษ์พลังาน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน มาได้อีก 10 รางวัล รวมรางวัลที่ได้รับมาแล้วทั้งสิ้น 36 รางวัล ถือเป็นผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่ได้รางวัลมากที่สุด จากการส่งผลงานก่อสร้างบ้านเข้าประกวด 4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดบ้านสร้างเองที่มีการแข่งขันกันสูงมาก และแรงกดดันจากผู้บริโภคที่มีอำนาจการต่อรองสูงในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องหันมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งลดราคาและมีของแถม ควบคู่กับการชูจุดแข็งเรื่องบ้านประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถปิดยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้หรือเกือบ 300 ล้านบาท

         นายพิศาล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แนวโน้มการแข่งขันในช่วงไตรมาส 2 นี้คาดว่าปัจจัยเรื่องราคายังคงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการงัดมาแข่งขันชิงยอดขายกันเหมือนเช่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายที่แข่งขันอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก ซึ่งอาจต้องแบกรับความเสี่ยงสูง หากวัสดุก่อสร้างมีการปรับราคาขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ในส่วนของบริษัทฯ เองหลังจากที่ไตรมาสแรกเน้นบุกตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จนสามารถทำยอดขายเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้แล้ว ในช่วงไตรมาสสองนี้จะหันมารุกตลาดบ้านสร้างเองในจังหวัดภาคอีสาน ผ่านกิจกรรมอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้งมากขึ้น ซึ่งมีทั้งจัดอีเว้นท์ในห้างสรรพสินค้าหรือโมเดิร์นเทรด และร่วมอีเว้นท์งานมหกรรมบ้านและวัสดุฯ ที่สมาคมไทยรับสร้างบ้านจะจัดขึ้น ณ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้บริษัทฯ ประเมินว่ากำลังซื้อผู้บริโภคในภูมิภาคนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น กอปรกับพีดีเฮ้าส์เองมีสาขาตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานมากที่สุด ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้สะดวกที่สุด และเป็นการปลุกตลาดบ้านสร้างเองในต่างจังหวัดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยตั้งเป้ายอดขายไตรมาสสองนี้ไว้ 250-280 ล้านบาท นายพิศาล กล่าวทิ้งท้าย