เกร็ดความรู้

ศูนย์รวบรวมข้อมูลเรื่องเกร็ดความรู้สำหรับการดูแลรักษาบ้าน การตกแต่งบ้าน ให้สวยงามอยู่เสมอ เพราะบ้านคือศูนย์รวมความสุขของทุกคนในครอบครัว

Line

เช็คเครดิตก่อนคิดซื้อบ้าน

ข่าวและสาระน่ารู้ / เกร็ดความรู้ / Home's Tips

Line

          เชื่อว่ามาถึงวันนี้ ใครๆ ก็รู้จัก “เครดิตบูโร” เพราะเพียงแค่เราคิดที่จะสร้างหนี้ ใช้บัตรเครดิต ซื้อรถ หรือซื้อบ้าน สิ่งหนึ่งที่สถาบันการเงินต่างๆ ให้เราลงชื่อในเอกสารสมัครใช้บริการก็คือเอกสารยินยอมให้ธนาคาร หรือสถาบันการเงินนั้นๆ ตรวจสอบเครดิตของเรากับ “เครดิตบูโร” หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

          หลายคนเมื่อถูกตรวจสอบเครดิตไปแล้วกลับได้รับคำตอบว่า “เครดิตของคุณไม่ผ่านการพิจารณา” ก่อนที่เราจะถูกปฏิเสธให้เสียความรู้สึก เรามาตรวจสอบเครดิตของตัวเราเองก่อน เพราะจริงๆ แล้ว ก่อนที่เราจะซื้อบ้าน สิ่งแรกที่ควรทำคือ การตรวจดูเครดิต เช็กความสามารถในการก่อหนี้ เผื่อเราจะได้วางแผนทางการเงินสำหรับซื้อบ้านได้อย่างถูกต้อง และไม่ต้องโดยปฏิเสธในภายหลังครับ

          ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มาตรา 25 ระบุไว้ชัดเจนว่า เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของข้อมูล ให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะตรวจสอบข้อมูลของตนจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิตของบุคคลจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตของลูกหนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่แท้จริงไม่เกิน 3 ปี สำหรับบุคคลธรรมดา ส่วนลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจะเก็บข้อมูลไว้เป็นเวลา 5 ปี โดยข้อมูลใหม่จะเข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าไปเรื่อย ๆ โดยสถาบันการเงินจะส่งรายงานประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกรายไปยังเครดิต บูโรทุกสิ้นเดือน

          “เครดิตบูโร” จะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลของการชำระสินเชื่อ รวมถึงสินเชื่อบุคคล เช่น บัตรเครดิต ซึ่งข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิต รวมเรียกว่า “รายงานข้อมูลเครดิต” รายงานข้อมูลเครดิตจะมีการบันทึกและจัดเก็บวงเงินยอดหนี้คงค้าง รวมถึงประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี ดังนั้นการชำระสินเชื่อให้ตรงเวลาทุกครั้ง จะเป็นการรักษาเครดิตของคุณที่ดีที่สุด

          ด้วยข้อมูลเครดิตนี้จะทำให้สถาบันการเงินรู้วินัยทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากผู้ขอสินเชื่อมีประวัติการชำระที่ดี การเปิดเผยข้อมูลเครดิตก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ

          ถึงแม้เราจะชำระหนี้ที่เคยค้างค่าบัตรเครดิตไปหมดแล้ว แต่ยังมีข้อมูลอยู่ในรายงานข้อมูลเครดิตที่จะรายงานตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขประวัติเดิมได้ หากคุณเคยค้างชำระไว้ ข้อมูลก็จะปรากฏว่าในเดือนที่คุณค้างชำระว่า “ค้างชำระ” และเมื่อคุณได้ชำระหนี้ไปแล้ว จะมีข้อมูลใหม่ขึ้นมาว่า คุณชำระเรียบร้อยแล้วหรือปิดบัญชีแล้ว โดยที่ข้อมูลการค้างชำระเดิมไม่ได้ถูกลบออกไป จนกว่าข้อมูลนั้นจะถูกลบออกไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้นคือ 3 ปี

เราสามารถขอดูรายงานข้อมูลเครดิตของตนเองได้ โดยการยื่นคำขอที่ส่วนบริหารข้อมูลผู้บริโภค บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการหลายช่องทางดังนี้

ตรวจสอบผ่านสำนักงานและสาขาบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) มีขั้นตอนดังนี้

1. เจ้าของข้อมูลมาติดต่อด้วยตนเอง แสดงเอกสารหลักฐาน ได้แก่

- กรณีบุคคลธรรมดา ใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าวตัวจริงนำมาแสดง
- กรณีนิติบุคคล ใช้สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคลที่รับรองไว้ไม่เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงนำมาแสดง ตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามี)

2. เจ้าของข้อมูลมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน แสดงเอกสารหลักฐาน ได้แก่

- กรณีบุคคลธรรมดา ใช้หนังสือมอบอำนาจบุคคลธรรมดา กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง

- กรณีนิติบุคคล ใช้หนังสือมอบอำนาจนิติบุคคล กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล ที่รับรองไว้ไม้เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจประทับตราของนิติบุคคล (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมตัวจริงนำมาแสดง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมตัวจริง

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบด้วยการยื่นคำขอผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร / ที่ทำการไปรษณีย์ไทย สามารถยื่นคำขอได้ที่

- ธนาคารธนชาต
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ที่ทำการไปรษณีย์ไทย ทั่วประเทศ (เฉพาะสาขาที่ให้บริการ)

          ทั้งนี้ ธนาคารจะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ในการรับคำขอตรวจสอบและรับชำระค่าตรวจสอบ ซึ่งจะให้บริการเฉพาะเจ้าของข้อมูลที่เป็นบุคคลธรรมดาและต้องมายื่นขอตรวจสอบด้วยตนเองเท่านั้น โดยบริษัทจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลและจัดส่งรายงานข้อมูลเครดิตทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้ภายใน 1 สัปดาห์นับจากวันที่ท่านได้ยื่นคำขอที่ธนาคาร

ตรวจสอบด้วยการยื่นคำขอผ่าน Mobile Banking
ขั้นตอนการยื่นคำขอผ่าน Mobile Banking
การยื่นคำขอผ่านระบบ Mobile banking จะได้รับรายงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 1 สัปดาห์ โดยมีผู้ให้บริการ 2 รายคือ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารธนชาต

ตรวจสอบด้วยการยื่นคำขอผ่านตู้เบิกเงินสด (ATM)
เราสามารถยื่นคำขอผ่านตู้ ATM ของธนาคาร โดยสามารถใช้บริการได้ที่ตู้ ATM ของธนาคารที่เจ้าของข้อมูลถือบัตร ประกอบด้วย

- ธนาคารกรุงไทย (KTB) สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ถือบัตร ATM และบัตรเดบิต
- ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ถือบัตร ATM , บัตรเดบิต และบัตรเครดิต (ที่ใช้เป็นบัตรเอทีเอ็ม)

การตรวจสอบผ่านช่องทางนี้ก็จะได้รับรายงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 1 สัปดาห์ เช่นกัน

ตรวจสอบกันได้ง่ายๆ แค่นี้ ก็รีบดำเนินการก่อนไปขอสินเชื่อ เพื่อการเตรียมความพร้อมที่ดีกว่า และไม่ต้องมาเสียดายในภายหลังครับ



ขอขอบคุณที่มา : thaipropertymentor.com
ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์
เราสร้างบ้านเพื่ออนาคต

Line